แสดง 0 จาก undefined รายการ
ไม่มีสินค้าที่เกี่ยวข้อง
โปรดลองค้นหาอีกครั้ง

ที่นอนที่ดี เริ่มจากการเลือกให้ตรงกับการนอนของคุณ

ที่นอนคือแผ่นรองรับร่างกายสำหรับการนอนหลับ ซึ่งมีหลายประเภทตามวัสดุ เช่น ที่นอนยางพารา ที่นอนสปริง และที่นอนเมมโมรี่โฟม การเลือกที่นอนให้ตรงกับท่านอน น้ำหนักตัว และขนาดห้อง คือจุดเริ่มต้นของการนอนที่ดี ที่ Mattress City มีให้เลือกตั้งแต่รุ่นคุณภาพจนถึงระดับพรีเมียม

เราใช้เวลาบนที่นอนคืนละ 7-8 ชั่วโมง หรือเกือบหนึ่งในสามของชีวิต ที่นอนที่รองรับสรีระอย่างถูกต้องช่วยให้กระดูกสันหลังอยู่ในแนวธรรมชาติ ลดแรงกดทับบริเวณไหล่และสะโพก และช่วยให้หลับลึกต่อเนื่องตลอดคืน การเลือกที่นอนที่ใช่จึงไม่ได้วัดจากราคาหรือความนุ่มตอนกดสัมผัส แต่ดูจากท่านอน น้ำหนักตัว และความรู้สึกที่ชอบของแต่ละคนเป็นหลัก

ประเภทที่นอน เลือกแบบไหนให้ตรงกับคุณ

ที่นอนแต่ละประเภทให้สัมผัสและการรองรับต่างกัน ทำความรู้จักจุดเด่นของแต่ละแบบ จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ที่นอนยางพารา ยืดหยุ่นสูง นอนเย็นสบาย

ยางพาราธรรมชาติคืนตัวไว รองรับสรีระได้ทั่วถึงทุกจุด ระบายอากาศดีจึงเหมาะกับอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย และต้านไรฝุ่นได้โดยธรรมชาติ ตอบโจทย์คนที่เป็นภูมิแพ้หรือชอบสัมผัสแน่นกระชับ เนื้อยางที่แน่นและคืนตัวดีทำให้ที่นอนยางพาราเป็นกลุ่มที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานและเป็นที่นอนไม่ยุบตัวง่ายแม้ใช้ต่อเนื่องหลายปี

ที่นอนสปริง รองรับน้ำหนักดี อากาศถ่ายเทตลอดคืน

โครงสปริงรองรับน้ำหนักได้มั่นคงและมีช่องว่างให้อากาศไหลเวียน นอนแล้วไม่อับร้อน ระบบพ็อกเก็ตสปริงที่สปริงแต่ละลูกทำงานอิสระยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือนเมื่อคู่นอนพลิกตัว ที่นอนสปริงจึงตอบโจทย์คนที่ชอบสัมผัสเด้งแน่น พลิกตัวง่าย และคนที่นอนสองคนบนเตียงเดียวกัน

ที่นอนเมมโมรีโฟม โอบรับสรีระ ลดจุดกดทับ

เมมโมรีโฟมอ่อนตัวตามอุณหภูมิและน้ำหนักของร่างกาย โอบรับแนบสนิททุกส่วน เหมาะกับคนนอนตะแคง คนที่มีอาการเมื่อยไหล่หรือสะโพก และคนที่ตื่นง่ายเมื่อมีแรงสั่นสะเทือนบนเตียง ถ้าตื่นมาแล้วปวดไหล่หรือสะโพกเป็นประจำ ที่นอนเมมโมรีโฟมคือกลุ่มแรกที่ควรลองนอนดู

ที่นอนแบบผสม รวมข้อดีหลายวัสดุไว้ในหนึ่งเดียว

ที่นอนรุ่นผสม เช่น สปริงโฟม สปริงยางพารา และโฟมยางพารา จับคู่ความเด้งและการรองรับของสปริงเข้ากับความนุ่มสบายของชั้นโฟมหรือยางพาราด้านบน ให้ทั้งความสบาย การพยุงสรีระ และการระบายอากาศครบในเตียงเดียว รุ่นยอดนิยมอย่างที่นอนสปริงยางพาราเหมาะกับคนที่ยังลังเลระหว่างสัมผัสเด้งของสปริงกับความกระชับของยางพารา

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ตารางด้านล่างสรุปข้อดีของที่นอนแต่ละประเภทไว้ในมุมมองเดียวกัน ทั้งสัมผัส จุดเด่น กลุ่มคนที่เหมาะ และอายุการใช้งานโดยทั่วไป หากกำลังเทียบในระดับแบรนด์ด้วย บทความเทียบที่นอน 6 ฟุตแบรนด์ไหนดีช่วยเสริมการตัดสินใจได้อีกทาง

ประเภทที่นอน

สัมผัสและการรองรับ

จุดเด่น

เหมาะกับใคร

อายุการใช้งานโดยทั่วไป

ที่นอนยางพารา

แน่นกระชับ คืนตัวไว

ระบายอากาศดี ต้านไรฝุ่น ไม่ยุบตัวง่าย

คนภูมิแพ้ คนชอบนอนแน่น คนขี้ร้อน

8-15 ปี

ที่นอนสปริง

เด้งแน่น อากาศถ่ายเทตลอดคืน

รองรับน้ำหนักมั่นคง พ็อกเก็ตสปริงลดแรงสั่นสะเทือน

คนนอนคู่ คนชอบสัมผัสเด้ง พลิกตัวบ่อย

7-10 ปี

ที่นอนเมมโมรีโฟม

นุ่มโอบรับตามอุณหภูมิร่างกาย

ลดจุดกดทับไหล่และสะโพก ซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี

คนนอนตะแคง คนปวดไหล่ คนตื่นง่าย

7-10 ปี

ที่นอนแบบผสม

สมดุลระหว่างนุ่มและแน่น

รวมความเด้งของสปริงกับความสบายของโฟมหรือยางพารา

คนที่ยังเลือกระหว่างสองสัมผัสไม่ได้

7-10 ปี

ที่นอนแบบไหนตอบโจทย์การนอนของคุณ

ที่นอนที่ดีของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะปัญหาการนอนต่างกัน วิธีที่เร็วที่สุดคือตั้งต้นจากสิ่งที่อยากแก้ แล้วค่อยไล่หาวัสดุและระดับความแน่นที่ตรงกับปัญหานั้น

ที่นอนลดปวดหลัง ต้องพยุงกระดูกสันหลังให้อยู่ในแนวตรง

คนที่ตื่นมาแล้วปวดหลังส่วนล่างมักนอนบนที่นอนที่ยุบเป็นแอ่งตรงกลาง ทำให้สะโพกจมลึกกว่าไหล่และกระดูกสันหลังบิดอยู่ทั้งคืน ที่นอนที่ช่วยได้คือรุ่นที่แน่นปานกลางถึงแน่น เช่น ที่นอนยางพาราความหนาแน่นสูงหรือพ็อกเก็ตสปริงที่ยังคงรูปดี เพราะพยุงเอวไม่ให้แอ่นและกระจายน้ำหนักได้สม่ำเสมอตลอดลำตัว

ชอบนอนนุ่มหรือนอนแน่น เลือกอย่างไรให้ไม่พลาด

คนที่ชอบนอนนุ่มควรเลือกที่นอนที่มีชั้นโฟมหรือเมมโมรีโฟมด้านบนหนาขึ้น จะได้สัมผัสจมนุ่มโดยยังมีชั้นรองรับที่แน่นอยู่ด้านล่าง ส่วนคนที่ชอบนอนแน่นเหมาะกับยางพาราความหนาแน่นสูงหรือสปริงจำนวนรอบมาก ให้สัมผัสตึงมือ พลิกตัวง่าย และไม่รู้สึกว่าตัวจมลงไปในที่นอน คนน้ำหนักตัวมากมักต้องขยับไปทางแน่นกว่าเดิมหนึ่งระดับเสมอ

ที่นอนไม่ยุบตัว ดูจากอะไร

ที่นอนไม่ยุบตัวเกิดจากสามอย่างประกอบกัน คือวัสดุแกนกลางที่คืนตัวได้ดี ความหนาแน่นของชั้นรองรับ และเงื่อนไขการรับประกันที่ครอบคลุมการยุบตัวของเนื้อที่นอน ยางพาราธรรมชาติและพ็อกเก็ตสปริงคุณภาพสูงจึงเป็นกลุ่มที่ทนต่อการยุบเป็นแอ่งได้ดีที่สุด ที่ Mattress City มีให้เลือกครอบคลุมตั้งแต่รุ่นคุณภาพที่รับประกัน 10 ปี ไปจนถึงที่นอนพรีเมียมที่รับประกันยาวถึง 15 ปี จึงตอบโจทย์ทั้งคนที่เริ่มจากงบประหยัดและคนที่มองหาที่นอนระดับพรีเมียมไว้ใช้ยาว ๆ

วิธีเลือกที่นอนให้เหมาะกับคุณ

หลักการง่ายๆ คือพิจารณา 3 ปัจจัยนี้ประกอบกัน

ท่านอน: คนนอนหงายเหมาะกับความแน่นระดับ Medium ถึง Firm เพื่อพยุงกระดูกสันหลังให้อยู่ในแนวตรง คนนอนตะแคงเหมาะกับระดับนุ่มกว่าเพื่อรองรับไหล่และสะโพก

น้ำหนักตัว: น้ำหนักตัวมากควรเลือกที่นอนที่แน่นขึ้นเพื่อไม่ให้ยุบลึกเกินไป น้ำหนักตัวน้อยเลือกนุ่มลงได้เพื่อให้ที่นอนโอบรับสรีระพอดี

ขนาดเตียงนอน: เตียงเดี่ยว 3.5 ฟุต (Twin Bed) เหมาะกับการนอน 1 คน ห้องเด็ก และคอนโด เตียงคู่ 5 ฟุต (Queen Size) เหมาะกับคู่รัก และ 6 ฟุต (King Size) เหมาะกับห้องนอนหลักหรือครอบครัวที่นอนพร้อมลูกเล็ก ขนาดมาตรฐานของที่นอน 3.5 ฟุตคือ 106 x 198 ซม. ที่นอน 5 ฟุตคือ 152 x 198 ซม. และที่นอน 6 ฟุตคือ 182 x 198 ซม.

เทคนิคเลือกขนาดเตียงให้พอดีกับห้องนอน

เทคนิคที่ใช้ได้จริงคือวัดห้องก่อนวัดเตียง ควรเว้นระยะรอบเตียงอย่างน้อย 60 ซม. เพื่อให้เดินผ่านและเปิดบานตู้ได้สะดวก จากนั้นจึงเลือกขนาดเตียงให้สอดคล้องกับขนาดห้องและจำนวนผู้นอน ห้องคอนโดหรือห้องเด็กมักลงตัวกับเตียงขนาด 3.5 ฟุต ส่วนห้องนอนหลักที่นอนสองคนควรเริ่มที่ขนาด 5 ฟุตและ 6 ฟุต อีกจุดที่คนลืมบ่อยคือกรอบเตียง เพราะเตียง 3.5 ฟุตเมื่อรวมกรอบแล้วกินพื้นที่ราว 118-125 x 205-215 ซม. มากกว่าขนาดที่นอนจริงพอสมควร

ประเภทของเตียงนอนและดีไซน์ที่เข้ากับห้องนอนแต่ละแบบ

เมื่อได้ที่นอนที่ใช่แล้ว โครงเตียงคือชิ้นที่กำหนดทั้งความแข็งแรงและหน้าตาของห้อง เตียงนอนและฐานรองที่นอน มีให้เลือกหลายรูปแบบ ตั้งแต่เตียงหัวเตียงสูงที่ดูเป็นทางการ เตียงเตี้ยสไตล์ญี่ปุ่นที่ทำให้ห้องดูโปร่ง ไปจนถึงฐานรองแบบกล่องที่เก็บของด้านล่างได้ ทุกแบบต้องรองรับที่นอนได้เต็มพื้นที่และไม่มีจุดแอ่น ไม่อย่างนั้นที่นอนดีแค่ไหนก็ยุบตัวเร็วกว่าที่ควร

การจับคู่ดีไซน์ให้เข้ากับห้องนอนไม่ยาก ห้องสไตล์มินิมอลและญี่ปุ่นเข้ากับเตียงไม้สีอ่อนหรือเตียงเตี้ย ห้องสไตล์โมเดิร์นลักชัวรีเข้ากับเตียงหุ้มผ้ากำมะหยี่หรือหุ้มหนังสังเคราะห์หัวเตียงสูง ห้องคอนโดที่พื้นที่จำกัดตอบโจทย์ที่สุดด้วยฐานรองแบบมีลิ้นชัก ส่วนห้องเด็กควรเลือกโครงที่แข็งแรง ขอบมน และความสูงไม่มากเกินไป

วัสดุโครงเตียง

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

เข้ากับห้องสไตล์

ไม้จริง

แข็งแรงทนทาน ใช้ได้นาน ให้ความอบอุ่นแบบธรรมชาติ

น้ำหนักมาก ราคาสูงกว่าวัสดุอื่น

มินิมอล ญี่ปุ่น คลาสสิก

ไม้เอนจิเนียร์

ราคาเข้าถึงง่าย ดีไซน์หลากหลาย ประกอบง่าย

ไม่ควรให้ความชื้นสะสมเป็นเวลานาน

โมเดิร์น คอนโด ห้องเช่า

หุ้มผ้า

สัมผัสนุ่ม พิงหัวเตียงสบาย ลดเสียงสะท้อนในห้อง

ต้องดูดฝุ่นและดูแลคราบสม่ำเสมอ

โมเดิร์นลักชัวรี ห้องนอนหลัก

หุ้มหนังสังเคราะห์

เช็ดทำความสะอาดง่าย ดูหรูและเรียบร้อย

ผิวหน้าอาจเสื่อมสภาพเมื่อใช้ไปนานมาก

โฮเทลสไตล์ ลักชัวรี

เหล็ก

โครงบาง ประหยัดพื้นที่ ราคาประหยัด

อาจมีเสียงเมื่อน็อตหลวม ควรขันตรวจเป็นระยะ

ลอฟต์ ห้องเช่า ห้องเด็กโต

ฐานรองแบบกล่อง

รองรับที่นอนเต็มพื้นที่ มีรุ่นที่มีลิ้นชักเก็บของ

เคลื่อนย้ายยากกว่าเตียงแบบถอดประกอบ

คอนโด ห้องพื้นที่จำกัด

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับที่นอน

Q: ที่นอนแบบไหนดีที่สุด

A: ที่นอนที่ดีที่สุดคือรุ่นที่เข้ากับท่านอน น้ำหนักตัว และความชอบของแต่ละคน คนนอนหงายมักเหมาะกับสัมผัสแน่นปานกลาง คนนอนตะแคงเหมาะกับสัมผัสนุ่มกว่า แนะนำให้ทดลองนอนจริงเพื่อหารุ่นที่ใช่สำหรับคุณ

Q: ควรเปลี่ยนที่นอนทุกกี่ปี

A: โดยทั่วไปทุก 7-10 ปี หรือเมื่อสังเกตว่าที่นอนเริ่มยุบเป็นแอ่ง รองรับน้ำหนักได้ไม่ดีเหมือนเดิม หรือตื่นนอนแล้วรู้สึกปวดเมื่อยทั้งที่นอนครบชั่วโมง

Q: ฟูกนอนกับที่นอนต่างกันอย่างไร

A: เป็นสิ่งเดียวกัน ฟูกนอนคือคำเรียกที่นอน (Mattress) แบบดั้งเดิมของคนไทย ปัจจุบันใช้แทนกันได้ทั้งสองคำ และครอบคลุมที่นอนทุกประเภท ทั้งยางพารา สปริง และเมมโมรีโฟม

Q: เตียงเดี่ยวกับเตียงคู่ใช้ที่นอนขนาดไหน

A: เตียงเดี่ยว (Twin Bed) ใช้ที่นอนขนาด 3.5 ฟุต เหมาะกับการนอน 1 คน ส่วนเตียงคู่ใช้ที่นอนขนาด 5 ฟุต (Queen Size) หรือ 6 ฟุต (King Size) ก่อนซื้อแนะนำให้วัดขนาดโครงเตียงนอนเดิมให้ตรงกับที่นอนใหม่ทุกครั้ง

Q: ที่นอนแข็งหรือนุ่ม แบบไหนดีต่อหลัง

A: ระดับที่เหมาะกับคนส่วนใหญ่คือแน่นปานกลาง (Medium-Firm) เพราะพยุงกระดูกสันหลังให้อยู่ในแนวตรงโดยยังคงความสบาย จุดสำคัญคือเลือกความแน่นให้เข้ากับน้ำหนักตัวและท่านอนของตัวเอง จะช่วยให้ตื่นมาสดชื่นไม่ปวดเมื่อย

Q: ซื้อที่นอนออนไลน์โดยไม่ได้ลองนอนได้ไหม

A: ได้ โดยพิจารณาจากประเภทวัสดุ ระดับความแน่น และขนาดที่ต้องการเป็นหลัก หากอยากมั่นใจก่อนตัดสินใจ Mattress City มีสาขาให้ทดลองนอนจริง พร้อมบริการสั่งซื้อออนไลน์ ผ่อน 0% และจัดส่งฟรีทั่วไทย

Q: ที่นอนราคาเริ่มต้นเท่าไหร่ และรุ่นพรีเมียมต่างกันตรงไหน

A: รุ่นเริ่มต้นอย่าง Midas GENOVA หนา 9 นิ้ว รับประกัน 10 ปี อยู่ที่ราว 5,890 ถึง 6,990 บาท ระดับกลางอย่าง LOTUS Premium หนา 9 นิ้ว รับประกัน 10 ปี อยู่ที่ราว 6,986 ถึง 9,786 บาท ขยับขึ้นมาเป็น Dunlopillo Celeste พ็อกเก็ตสปริง Freedom Coil 6000 หนา 8 นิ้ว รับประกัน 10 ปี ราว 24,990 ถึง 47,557 บาท ส่วนรุ่นพรีเมียมอย่าง Omazz Florenzia หนา 13 นิ้ว รับประกัน 15 ปี อยู่ในระดับหลักแสน ความต่างหลักคือความหนา จำนวนชั้นวัสดุ และระยะเวลารับประกัน ราคาโปรโมชันเปลี่ยนแปลงได้ ตรวจสอบอีกครั้งที่หน้าสินค้า

Q: ที่นอนแบบไหนไม่ยุบตัวและใช้งานได้นานที่สุด

A: กลุ่มที่ทนการยุบตัวได้ดีที่สุดคือที่นอนยางพาราธรรมชาติความหนาแน่นสูงและพ็อกเก็ตสปริงคุณภาพดี เพราะแกนกลางคืนตัวได้แม้ใช้งานทุกคืน ควรดูเงื่อนไขรับประกันเรื่องการยุบตัวประกอบด้วย และหมั่นหมุนสลับด้านที่นอนตามคำแนะนำของผู้ผลิต เลือกรุ่นที่ตอบโจทย์การนอนของคุณได้ที่ Mattress City พร้อมผ่อน 0% และส่งฟรีทั่วประเทศ

ที่นอนที่ดี เริ่มจากการเลือกให้ตรงกับการนอนของคุณ

ที่นอนคือแผ่นรองรับร่างกายสำหรับการนอนหลับ ซึ่งมีหลายประเภทตามวัสดุ เช่น ที่นอนยางพารา ที่นอนสปริง และที่นอนเมมโมรี่โฟม การเลือกที่นอนให้ตรงกับท่านอน น้ำหนักตัว และขนาดห้อง คือจุดเริ่มต้นของการนอนที่ดี ที่ Mattress City มีให้เลือกตั้งแต่รุ่นคุณภาพจนถึงระดับพรีเมียม

เราใช้เวลาบนที่นอนคืนละ 7-8 ชั่วโมง หรือเกือบหนึ่งในสามของชีวิต ที่นอนที่รองรับสรีระอย่างถูกต้องช่วยให้กระดูกสันหลังอยู่ในแนวธรรมชาติ ลดแรงกดทับบริเวณไหล่และสะโพก และช่วยให้หลับลึกต่อเนื่องตลอดคืน การเลือกที่นอนที่ใช่จึงไม่ได้วัดจากราคาหรือความนุ่มตอนกดสัมผัส แต่ดูจากท่านอน น้ำหนักตัว และความรู้สึกที่ชอบของแต่ละคนเป็นหลัก

ประเภทที่นอน เลือกแบบไหนให้ตรงกับคุณ

ที่นอนแต่ละประเภทให้สัมผัสและการรองรับต่างกัน ทำความรู้จักจุดเด่นของแต่ละแบบ จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ที่นอนยางพารา ยืดหยุ่นสูง นอนเย็นสบาย

ยางพาราธรรมชาติคืนตัวไว รองรับสรีระได้ทั่วถึงทุกจุด ระบายอากาศดีจึงเหมาะกับอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย และต้านไรฝุ่นได้โดยธรรมชาติ ตอบโจทย์คนที่เป็นภูมิแพ้หรือชอบสัมผัสแน่นกระชับ เนื้อยางที่แน่นและคืนตัวดีทำให้ที่นอนยางพาราเป็นกลุ่มที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานและเป็นที่นอนไม่ยุบตัวง่ายแม้ใช้ต่อเนื่องหลายปี

ที่นอนสปริง รองรับน้ำหนักดี อากาศถ่ายเทตลอดคืน

โครงสปริงรองรับน้ำหนักได้มั่นคงและมีช่องว่างให้อากาศไหลเวียน นอนแล้วไม่อับร้อน ระบบพ็อกเก็ตสปริงที่สปริงแต่ละลูกทำงานอิสระยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือนเมื่อคู่นอนพลิกตัว ที่นอนสปริงจึงตอบโจทย์คนที่ชอบสัมผัสเด้งแน่น พลิกตัวง่าย และคนที่นอนสองคนบนเตียงเดียวกัน

ที่นอนเมมโมรีโฟม โอบรับสรีระ ลดจุดกดทับ

เมมโมรีโฟมอ่อนตัวตามอุณหภูมิและน้ำหนักของร่างกาย โอบรับแนบสนิททุกส่วน เหมาะกับคนนอนตะแคง คนที่มีอาการเมื่อยไหล่หรือสะโพก และคนที่ตื่นง่ายเมื่อมีแรงสั่นสะเทือนบนเตียง ถ้าตื่นมาแล้วปวดไหล่หรือสะโพกเป็นประจำ ที่นอนเมมโมรีโฟมคือกลุ่มแรกที่ควรลองนอนดู

ที่นอนแบบผสม รวมข้อดีหลายวัสดุไว้ในหนึ่งเดียว

ที่นอนรุ่นผสม เช่น สปริงโฟม สปริงยางพารา และโฟมยางพารา จับคู่ความเด้งและการรองรับของสปริงเข้ากับความนุ่มสบายของชั้นโฟมหรือยางพาราด้านบน ให้ทั้งความสบาย การพยุงสรีระ และการระบายอากาศครบในเตียงเดียว รุ่นยอดนิยมอย่างที่นอนสปริงยางพาราเหมาะกับคนที่ยังลังเลระหว่างสัมผัสเด้งของสปริงกับความกระชับของยางพารา

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ตารางด้านล่างสรุปข้อดีของที่นอนแต่ละประเภทไว้ในมุมมองเดียวกัน ทั้งสัมผัส จุดเด่น กลุ่มคนที่เหมาะ และอายุการใช้งานโดยทั่วไป หากกำลังเทียบในระดับแบรนด์ด้วย บทความเทียบที่นอน 6 ฟุตแบรนด์ไหนดีช่วยเสริมการตัดสินใจได้อีกทาง

ประเภทที่นอน

สัมผัสและการรองรับ

จุดเด่น

เหมาะกับใคร

อายุการใช้งานโดยทั่วไป

ที่นอนยางพารา

แน่นกระชับ คืนตัวไว

ระบายอากาศดี ต้านไรฝุ่น ไม่ยุบตัวง่าย

คนภูมิแพ้ คนชอบนอนแน่น คนขี้ร้อน

8-15 ปี

ที่นอนสปริง

เด้งแน่น อากาศถ่ายเทตลอดคืน

รองรับน้ำหนักมั่นคง พ็อกเก็ตสปริงลดแรงสั่นสะเทือน

คนนอนคู่ คนชอบสัมผัสเด้ง พลิกตัวบ่อย

7-10 ปี

ที่นอนเมมโมรีโฟม

นุ่มโอบรับตามอุณหภูมิร่างกาย

ลดจุดกดทับไหล่และสะโพก ซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี

คนนอนตะแคง คนปวดไหล่ คนตื่นง่าย

7-10 ปี

ที่นอนแบบผสม

สมดุลระหว่างนุ่มและแน่น

รวมความเด้งของสปริงกับความสบายของโฟมหรือยางพารา

คนที่ยังเลือกระหว่างสองสัมผัสไม่ได้

7-10 ปี

ที่นอนแบบไหนตอบโจทย์การนอนของคุณ

ที่นอนที่ดีของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะปัญหาการนอนต่างกัน วิธีที่เร็วที่สุดคือตั้งต้นจากสิ่งที่อยากแก้ แล้วค่อยไล่หาวัสดุและระดับความแน่นที่ตรงกับปัญหานั้น

ที่นอนลดปวดหลัง ต้องพยุงกระดูกสันหลังให้อยู่ในแนวตรง

คนที่ตื่นมาแล้วปวดหลังส่วนล่างมักนอนบนที่นอนที่ยุบเป็นแอ่งตรงกลาง ทำให้สะโพกจมลึกกว่าไหล่และกระดูกสันหลังบิดอยู่ทั้งคืน ที่นอนที่ช่วยได้คือรุ่นที่แน่นปานกลางถึงแน่น เช่น ที่นอนยางพาราความหนาแน่นสูงหรือพ็อกเก็ตสปริงที่ยังคงรูปดี เพราะพยุงเอวไม่ให้แอ่นและกระจายน้ำหนักได้สม่ำเสมอตลอดลำตัว

ชอบนอนนุ่มหรือนอนแน่น เลือกอย่างไรให้ไม่พลาด

คนที่ชอบนอนนุ่มควรเลือกที่นอนที่มีชั้นโฟมหรือเมมโมรีโฟมด้านบนหนาขึ้น จะได้สัมผัสจมนุ่มโดยยังมีชั้นรองรับที่แน่นอยู่ด้านล่าง ส่วนคนที่ชอบนอนแน่นเหมาะกับยางพาราความหนาแน่นสูงหรือสปริงจำนวนรอบมาก ให้สัมผัสตึงมือ พลิกตัวง่าย และไม่รู้สึกว่าตัวจมลงไปในที่นอน คนน้ำหนักตัวมากมักต้องขยับไปทางแน่นกว่าเดิมหนึ่งระดับเสมอ

ที่นอนไม่ยุบตัว ดูจากอะไร

ที่นอนไม่ยุบตัวเกิดจากสามอย่างประกอบกัน คือวัสดุแกนกลางที่คืนตัวได้ดี ความหนาแน่นของชั้นรองรับ และเงื่อนไขการรับประกันที่ครอบคลุมการยุบตัวของเนื้อที่นอน ยางพาราธรรมชาติและพ็อกเก็ตสปริงคุณภาพสูงจึงเป็นกลุ่มที่ทนต่อการยุบเป็นแอ่งได้ดีที่สุด ที่ Mattress City มีให้เลือกครอบคลุมตั้งแต่รุ่นคุณภาพที่รับประกัน 10 ปี ไปจนถึงที่นอนพรีเมียมที่รับประกันยาวถึง 15 ปี จึงตอบโจทย์ทั้งคนที่เริ่มจากงบประหยัดและคนที่มองหาที่นอนระดับพรีเมียมไว้ใช้ยาว ๆ

วิธีเลือกที่นอนให้เหมาะกับคุณ

หลักการง่ายๆ คือพิจารณา 3 ปัจจัยนี้ประกอบกัน

ท่านอน: คนนอนหงายเหมาะกับความแน่นระดับ Medium ถึง Firm เพื่อพยุงกระดูกสันหลังให้อยู่ในแนวตรง คนนอนตะแคงเหมาะกับระดับนุ่มกว่าเพื่อรองรับไหล่และสะโพก

น้ำหนักตัว: น้ำหนักตัวมากควรเลือกที่นอนที่แน่นขึ้นเพื่อไม่ให้ยุบลึกเกินไป น้ำหนักตัวน้อยเลือกนุ่มลงได้เพื่อให้ที่นอนโอบรับสรีระพอดี

ขนาดเตียงนอน: เตียงเดี่ยว 3.5 ฟุต (Twin Bed) เหมาะกับการนอน 1 คน ห้องเด็ก และคอนโด เตียงคู่ 5 ฟุต (Queen Size) เหมาะกับคู่รัก และ 6 ฟุต (King Size) เหมาะกับห้องนอนหลักหรือครอบครัวที่นอนพร้อมลูกเล็ก ขนาดมาตรฐานของที่นอน 3.5 ฟุตคือ 106 x 198 ซม. ที่นอน 5 ฟุตคือ 152 x 198 ซม. และที่นอน 6 ฟุตคือ 182 x 198 ซม.

เทคนิคเลือกขนาดเตียงให้พอดีกับห้องนอน

เทคนิคที่ใช้ได้จริงคือวัดห้องก่อนวัดเตียง ควรเว้นระยะรอบเตียงอย่างน้อย 60 ซม. เพื่อให้เดินผ่านและเปิดบานตู้ได้สะดวก จากนั้นจึงเลือกขนาดเตียงให้สอดคล้องกับขนาดห้องและจำนวนผู้นอน ห้องคอนโดหรือห้องเด็กมักลงตัวกับเตียงขนาด 3.5 ฟุต ส่วนห้องนอนหลักที่นอนสองคนควรเริ่มที่ขนาด 5 ฟุตและ 6 ฟุต อีกจุดที่คนลืมบ่อยคือกรอบเตียง เพราะเตียง 3.5 ฟุตเมื่อรวมกรอบแล้วกินพื้นที่ราว 118-125 x 205-215 ซม. มากกว่าขนาดที่นอนจริงพอสมควร

ประเภทของเตียงนอนและดีไซน์ที่เข้ากับห้องนอนแต่ละแบบ

เมื่อได้ที่นอนที่ใช่แล้ว โครงเตียงคือชิ้นที่กำหนดทั้งความแข็งแรงและหน้าตาของห้อง เตียงนอนและฐานรองที่นอน มีให้เลือกหลายรูปแบบ ตั้งแต่เตียงหัวเตียงสูงที่ดูเป็นทางการ เตียงเตี้ยสไตล์ญี่ปุ่นที่ทำให้ห้องดูโปร่ง ไปจนถึงฐานรองแบบกล่องที่เก็บของด้านล่างได้ ทุกแบบต้องรองรับที่นอนได้เต็มพื้นที่และไม่มีจุดแอ่น ไม่อย่างนั้นที่นอนดีแค่ไหนก็ยุบตัวเร็วกว่าที่ควร

การจับคู่ดีไซน์ให้เข้ากับห้องนอนไม่ยาก ห้องสไตล์มินิมอลและญี่ปุ่นเข้ากับเตียงไม้สีอ่อนหรือเตียงเตี้ย ห้องสไตล์โมเดิร์นลักชัวรีเข้ากับเตียงหุ้มผ้ากำมะหยี่หรือหุ้มหนังสังเคราะห์หัวเตียงสูง ห้องคอนโดที่พื้นที่จำกัดตอบโจทย์ที่สุดด้วยฐานรองแบบมีลิ้นชัก ส่วนห้องเด็กควรเลือกโครงที่แข็งแรง ขอบมน และความสูงไม่มากเกินไป

วัสดุโครงเตียง

ข้อดี

ข้อควรพิจารณา

เข้ากับห้องสไตล์

ไม้จริง

แข็งแรงทนทาน ใช้ได้นาน ให้ความอบอุ่นแบบธรรมชาติ

น้ำหนักมาก ราคาสูงกว่าวัสดุอื่น

มินิมอล ญี่ปุ่น คลาสสิก

ไม้เอนจิเนียร์

ราคาเข้าถึงง่าย ดีไซน์หลากหลาย ประกอบง่าย

ไม่ควรให้ความชื้นสะสมเป็นเวลานาน

โมเดิร์น คอนโด ห้องเช่า

หุ้มผ้า

สัมผัสนุ่ม พิงหัวเตียงสบาย ลดเสียงสะท้อนในห้อง

ต้องดูดฝุ่นและดูแลคราบสม่ำเสมอ

โมเดิร์นลักชัวรี ห้องนอนหลัก

หุ้มหนังสังเคราะห์

เช็ดทำความสะอาดง่าย ดูหรูและเรียบร้อย

ผิวหน้าอาจเสื่อมสภาพเมื่อใช้ไปนานมาก

โฮเทลสไตล์ ลักชัวรี

เหล็ก

โครงบาง ประหยัดพื้นที่ ราคาประหยัด

อาจมีเสียงเมื่อน็อตหลวม ควรขันตรวจเป็นระยะ

ลอฟต์ ห้องเช่า ห้องเด็กโต

ฐานรองแบบกล่อง

รองรับที่นอนเต็มพื้นที่ มีรุ่นที่มีลิ้นชักเก็บของ

เคลื่อนย้ายยากกว่าเตียงแบบถอดประกอบ

คอนโด ห้องพื้นที่จำกัด

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับที่นอน

Q: ที่นอนแบบไหนดีที่สุด

A: ที่นอนที่ดีที่สุดคือรุ่นที่เข้ากับท่านอน น้ำหนักตัว และความชอบของแต่ละคน คนนอนหงายมักเหมาะกับสัมผัสแน่นปานกลาง คนนอนตะแคงเหมาะกับสัมผัสนุ่มกว่า แนะนำให้ทดลองนอนจริงเพื่อหารุ่นที่ใช่สำหรับคุณ

Q: ควรเปลี่ยนที่นอนทุกกี่ปี

A: โดยทั่วไปทุก 7-10 ปี หรือเมื่อสังเกตว่าที่นอนเริ่มยุบเป็นแอ่ง รองรับน้ำหนักได้ไม่ดีเหมือนเดิม หรือตื่นนอนแล้วรู้สึกปวดเมื่อยทั้งที่นอนครบชั่วโมง

Q: ฟูกนอนกับที่นอนต่างกันอย่างไร

A: เป็นสิ่งเดียวกัน ฟูกนอนคือคำเรียกที่นอน (Mattress) แบบดั้งเดิมของคนไทย ปัจจุบันใช้แทนกันได้ทั้งสองคำ และครอบคลุมที่นอนทุกประเภท ทั้งยางพารา สปริง และเมมโมรีโฟม

Q: เตียงเดี่ยวกับเตียงคู่ใช้ที่นอนขนาดไหน

A: เตียงเดี่ยว (Twin Bed) ใช้ที่นอนขนาด 3.5 ฟุต เหมาะกับการนอน 1 คน ส่วนเตียงคู่ใช้ที่นอนขนาด 5 ฟุต (Queen Size) หรือ 6 ฟุต (King Size) ก่อนซื้อแนะนำให้วัดขนาดโครงเตียงนอนเดิมให้ตรงกับที่นอนใหม่ทุกครั้ง

Q: ที่นอนแข็งหรือนุ่ม แบบไหนดีต่อหลัง

A: ระดับที่เหมาะกับคนส่วนใหญ่คือแน่นปานกลาง (Medium-Firm) เพราะพยุงกระดูกสันหลังให้อยู่ในแนวตรงโดยยังคงความสบาย จุดสำคัญคือเลือกความแน่นให้เข้ากับน้ำหนักตัวและท่านอนของตัวเอง จะช่วยให้ตื่นมาสดชื่นไม่ปวดเมื่อย

Q: ซื้อที่นอนออนไลน์โดยไม่ได้ลองนอนได้ไหม

A: ได้ โดยพิจารณาจากประเภทวัสดุ ระดับความแน่น และขนาดที่ต้องการเป็นหลัก หากอยากมั่นใจก่อนตัดสินใจ Mattress City มีสาขาให้ทดลองนอนจริง พร้อมบริการสั่งซื้อออนไลน์ ผ่อน 0% และจัดส่งฟรีทั่วไทย

Q: ที่นอนราคาเริ่มต้นเท่าไหร่ และรุ่นพรีเมียมต่างกันตรงไหน

A: รุ่นเริ่มต้นอย่าง Midas GENOVA หนา 9 นิ้ว รับประกัน 10 ปี อยู่ที่ราว 5,890 ถึง 6,990 บาท ระดับกลางอย่าง LOTUS Premium หนา 9 นิ้ว รับประกัน 10 ปี อยู่ที่ราว 6,986 ถึง 9,786 บาท ขยับขึ้นมาเป็น Dunlopillo Celeste พ็อกเก็ตสปริง Freedom Coil 6000 หนา 8 นิ้ว รับประกัน 10 ปี ราว 24,990 ถึง 47,557 บาท ส่วนรุ่นพรีเมียมอย่าง Omazz Florenzia หนา 13 นิ้ว รับประกัน 15 ปี อยู่ในระดับหลักแสน ความต่างหลักคือความหนา จำนวนชั้นวัสดุ และระยะเวลารับประกัน ราคาโปรโมชันเปลี่ยนแปลงได้ ตรวจสอบอีกครั้งที่หน้าสินค้า

Q: ที่นอนแบบไหนไม่ยุบตัวและใช้งานได้นานที่สุด

A: กลุ่มที่ทนการยุบตัวได้ดีที่สุดคือที่นอนยางพาราธรรมชาติความหนาแน่นสูงและพ็อกเก็ตสปริงคุณภาพดี เพราะแกนกลางคืนตัวได้แม้ใช้งานทุกคืน ควรดูเงื่อนไขรับประกันเรื่องการยุบตัวประกอบด้วย และหมั่นหมุนสลับด้านที่นอนตามคำแนะนำของผู้ผลิต เลือกรุ่นที่ตอบโจทย์การนอนของคุณได้ที่ Mattress City พร้อมผ่อน 0% และส่งฟรีทั่วประเทศ