แสดง 0 จาก undefined รายการ
ไม่มีสินค้าที่เกี่ยวข้อง
โปรดลองค้นหาอีกครั้ง

ที่นอนยางพารา ความสบายจากธรรมชาติที่เข้าใจสรีระ

ที่นอนยางพารา คือที่นอนที่ผลิตจากน้ำยางธรรมชาติแท้ 100% จุดเด่นคือความยืดหยุ่นสูงที่คืนตัวไว โอบรับสรีระได้ทั่วถึงตามส่วนเว้าโค้งของร่างกาย ช่วยลดจุดกดทับบริเวณไหล่ สะโพก และแผ่นหลัง พร้อมคุณสมบัติต้านไรฝุ่นและแบคทีเรียโดยธรรมชาติ จึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นของคนที่ใส่ใจสุขภาพการนอนและคนที่เป็นภูมิแพ้

ข้อดีของที่นอนยางพารา

คุณสมบัติจากธรรมชาติของยางพาราให้ประโยชน์ครบในเรื่องที่สำคัญต่อการนอน ตั้งแต่การรองรับสรีระและการลดอาการปวดหลัง ไปจนถึงความเย็นสบายและอายุการใช้งานที่ยาวนาน

ยืดหยุ่นสูง รองรับสรีระได้ทั่วถึง

เนื้อยางพารากระจายแรงกดและคืนตัวตามการเคลื่อนไหวได้ทันที ทุกส่วนของร่างกายจึงได้รับการรองรับอย่างพอดี กระดูกสันหลังอยู่ในแนวธรรมชาติ ลดอาการปวดเมื่อยจากการนอน ไม่ว่าจะนอนหงาย นอนตะแคง หรือมีน้ำหนักตัวมากน้อยต่างกัน เพราะเนื้อยางจะให้แรงต้านมากขึ้นเฉพาะจุดที่กดหนัก จึงรองรับได้ทุกสรีระ

ช่วยลดอาการปวดหลัง ด้วยการกระจายน้ำหนักและพยุงแนวกระดูกสันหลัง

อาการปวดหลังหลังตื่นนอนส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการนอนน้อย แต่มาจากที่นอนที่ยุบเป็นแอ่งหรือแข็งเกินไป จนสะโพกจมลงลึกกว่าไหล่และกระดูกสันหลังบิดออกจากแนวปกติตลอดทั้งคืน ที่นอนยางพาราจัดการปัญหานี้ด้วยแรงต้านที่เพิ่มขึ้นตามน้ำหนักที่กดลงไป ไหล่และสะโพกจึงจมลงได้พอดี ขณะที่ช่วงเอวยังถูกพยุงไว้ไม่ให้แอ่น กล้ามเนื้อหลังไม่ต้องเกร็งค้างเพื่อรักษาท่าทาง เมื่อจุดกดทับลดลง ร่างกายจะพลิกตัวกลางดึกน้อยลง และหลับลึกต่อเนื่องได้นานขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจของคุณภาพการนอนที่ดี นี่คือเหตุผลที่ที่นอนยางพาราถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่นอนสุขภาพที่คนปวดหลังเลือกใช้มากที่สุด ทั้งนี้ผู้ที่มีอาการปวดหลังเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์ร่วมด้วย

ระบายอากาศดี นอนเย็นสบาย

โครงสร้างเซลล์แบบเปิดของยางพาราให้อากาศไหลเวียนผ่านได้ตามธรรมชาติ ความร้อนและความชื้นไม่สะสมบนที่นอน เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของเมืองไทยเป็นพิเศษ เมื่ออากาศถ่ายเทได้ เหงื่อและความร้อนจากตัวเราจะถูกระบายออกแทนที่จะอมไว้ในที่นอน คนที่นอนร้อนหรือเหงื่อออกตอนกลางคืนจึงตื่นกลางดึกน้อยลง

ต้านไรฝุ่น เป็นมิตรกับคนแพ้ง่าย

ยางพาราธรรมชาติมีคุณสมบัติต้านทานไรฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรียในตัวเอง ช่วยรักษาสุขอนามัยบนที่นอนโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี จึงเหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้และครอบครัวที่มีเด็กเล็ก

อายุการใช้งานนาน คุ้มค่าเมื่อเฉลี่ยเป็นรายปี

น้ำยางธรรมชาติมีความหนาแน่นสูงและคืนตัวได้ดีกว่าโฟมทั่วไป ที่นอนยางพาราคุณภาพดีจึงใช้งานได้ราว 8 ถึง 15 ปี ขณะที่ที่นอนสปริงทั่วไปอยู่ที่ราว 7 ถึง 10 ปี เมื่อเฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อปีแล้ว ที่นอนยางพาราจึงคุ้มกว่าที่ตัวเลขบนป้ายราคาบอกไว้ การหมุนสลับหัวท้ายทุก 3 ถึง 6 เดือน และใช้ผ้ารองกันเปื้อนคลุมไว้ ช่วยยืดอายุการใช้งานได้อีก

ขนาดที่นอนยางพารา 3.5 ฟุต 5 ฟุต และ 6 ฟุต เท่ากับกี่เซนติเมตร

ขนาดที่นอนยางพาราใช้มาตรฐานเดียวกับที่นอนทั่วไป ขนาด 3.5 ฟุต เท่ากับ 106 x 198 ซม. สำหรับคนนอนคนเดียวหรือห้องขนาดเล็ก ขนาด 5 ฟุต เท่ากับ 152 x 198 ซม. สำหรับคู่ที่ห้องนอนไม่กว้างมาก และที่นอนยางพารา 6 ฟุต เท่ากับ 182 x 198 ซม. ซึ่งเป็นขนาดที่คนเลือกมากที่สุดสำหรับห้องนอนใหญ่ เพราะกว้างพอให้นอนสองคนโดยแทบไม่รู้สึกเวลาอีกฝ่ายพลิกตัว ก่อนสั่งซื้อควรวัดกรอบเตียงจริงด้วย เพราะกรอบเตียงจะกว้างและยาวกว่าตัวที่นอนอยู่เล็กน้อย เช่น เตียง 3.5 ฟุต มักมีกรอบราว 118 ถึง 125 x 205 ถึง 215 ซม.

ขนาดที่นอนยางพารา

กว้าง x ยาว (ซม.)

เหมาะกับ

3.5 ฟุต (Single)

106 x 198

นอนคนเดียว ห้องเล็ก หอพัก คอนโด

5 ฟุต (Queen)

152 x 198

นอนสองคน ห้องนอนขนาดกลาง

6 ฟุต (King)

182 x 198

นอนสองคนแบบไม่รบกวนกัน หรือนอนกับลูกเล็ก

 

ราคาที่นอนยางพาราเริ่มต้นเท่าไหร่

ที่นอนยางพาราของเรามีตั้งแต่ราว 7,990 บาท ไปจนถึงหลักแสนในรุ่นพรีเมียม รุ่นเริ่มต้นอย่าง Woodfield S-HYBRID LATEX อยู่ที่ราว 7,990 ถึง 8,990 บาท ส่วนกลุ่มพรีเมียมอย่าง Omazz Fletcher Latex Mattress, Dunlopillo Debenham และ ELLE Decor Juliette อยู่ในหลักแสน ตัวแปรที่ทำให้ราคาต่างกันคือความหนาแน่นของน้ำยาง สัดส่วนยางพาราแท้ในแต่ละชั้น จำนวนชั้นวัสดุ ผ้าหุ้ม และระยะเวลารับประกัน งบเริ่มต้นจึงได้ที่นอนยางพาราแท้เช่นกัน เพียงแต่ชั้นยางบางกว่ารุ่นพรีเมียม ทั้งนี้ราคาโปรโมชันเปลี่ยนแปลงได้ ตรวจสอบที่หน้าสินค้าอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ

ที่นอนยางพารากับที่นอนสปริง ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

คนที่กำลังเปลี่ยนที่นอนมักลังเลระหว่างยางพารากับสปริง สองแบบนี้ต่างกันที่วิธีรับน้ำหนัก ยางพาราใช้เนื้อยางทั้งผืนดันกลับขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอ ส่วนสปริงใช้ลวดสปริงเป็นตัวรับแรงเป็นจุด ผลที่ตามมาคือสัมผัส การระบายอากาศ และอายุการใช้งานที่ต่างกันชัดเจน

หัวข้อเปรียบเทียบ

ที่นอนยางพารา

ที่นอนสปริง

การรองรับสรีระ

เนื้อยางโอบรับตามส่วนเว้าโค้ง กระจายแรงกดทั้งผืน

รองรับเป็นจุดตามการยุบตัวของสปริงแต่ละตัว

การระบายอากาศ

โครงสร้างเซลล์เปิด ระบายเหงื่อและความร้อนได้ดี

อาศัยช่องว่างระหว่างสปริงและชั้นผ้าหุ้ม

แรงสะเทือนเวลาพลิกตัว

ดูดซับได้ดี รบกวนคนข้างกันน้อย

พ็อกเก็ตสปริงลดได้ดีกว่าสปริงแบบต่อเนื่อง

ไรฝุ่นและแบคทีเรีย

ต้านได้เองตามธรรมชาติของน้ำยาง

ต้องอาศัยผ้าหุ้มและผ้ารองกันเปื้อนช่วย

น้ำหนักตัวที่นอน

หนักกว่า เคลื่อนย้ายและพลิกยากกว่า

เบากว่า ยกและพลิกด้านง่ายกว่า

อายุการใช้งานโดยเฉลี่ย

ราว 8 ถึง 15 ปี

ราว 7 ถึง 10 ปี

เหมาะกับใคร

คนเป็นภูมิแพ้ คนปวดหลัง คนนอนร้อน คนอยากใช้ยาว

คนชอบสัมผัสสปริงเด้ง และเริ่มต้นด้วยงบที่ต่ำกว่า

 

ยางพาราแบบ Talalay กับ Dunlop ต่างกันอย่างไร

ที่นอนยางพาราแท้ผลิตได้สองกระบวนการหลัก กระบวนการ Talalay ให้เนื้อยางที่นุ่มนวลและสม่ำเสมอกว่า เหมาะกับคนชอบสัมผัสนุ่ม ส่วนกระบวนการ Dunlop ให้เนื้อยางที่หนาแน่นและแน่นกว่า เหมาะกับคนที่ต้องการการรองรับแบบแน่นหนา การเลือกจึงขึ้นอยู่กับสัมผัสที่ชอบและน้ำหนักตัวของผู้นอนเป็นหลัก ถ้าอยากได้สัมผัสนุ่มโอบล้อมสรีระแบบ Talalay แบรนด์ LOTUS มีรุ่นที่ใช้นวัตกรรม Talalay Latex ให้เลือก เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ยางพารา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับที่นอนยางพารา

Q: ที่นอนยางพาราแท้ดูอย่างไร

A: ที่นอนยางพาราแท้ 100% จะผลิตจากน้ำยางพาราธรรมชาติ จุดสังเกตคือความยืดหยุ่นที่คืนตัวไวเมื่อกดแล้วปล่อย และเนื้อสัมผัสที่แน่นสม่ำเสมอ ผิวหน้ายางมีรูพรุนกระจายทั่วแผ่นจากกระบวนการผลิต และมีกลิ่นน้ำยางอ่อนๆ ที่จางไปเองใน 2 ถึง 3 วัน แนะนำให้เลือกซื้อจากร้านที่เชื่อถือได้ ระบุวัสดุชัดเจน และมีการรับประกันสินค้า เพื่อความมั่นใจว่าได้ยางพาราแท้คุณภาพสูง

Q: ที่นอนยางพาราดีต่อคนปวดหลังไหม

A: ที่นอนยางพาราช่วยรองรับสรีระตามส่วนเว้าโค้งของร่างกายและกระจายแรงกดทับได้ดี จึงช่วยให้กระดูกสันหลังอยู่ในแนวธรรมชาติระหว่างการนอน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดอาการปวดเมื่อยหลังตื่นนอน โดยเฉพาะคนที่ปวดหลังล่างจากที่นอนเดิมที่ยุบเป็นแอ่ง แต่หากปวดจากสาเหตุทางการแพทย์อื่น ที่นอนช่วยได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

Q: ที่นอนยางพารา 6 ฟุต มีขนาดกี่เซนติเมตร

A: ที่นอนยางพารา 6 ฟุต หรือขนาด King มีขนาด 182 x 198 ซม. เป็นขนาดที่เหมาะกับการนอนสองคนโดยไม่รบกวนกัน ก่อนสั่งซื้อควรวัดพื้นที่ห้องและกรอบเตียงเดิม เพราะกรอบเตียงจะกินพื้นที่มากกว่าตัวที่นอนเล็กน้อย และควรเผื่อทางเดินรอบเตียงไว้อย่างน้อยด้านละ 60 ซม.

Q: ที่นอนยางพาราราคาเริ่มต้นเท่าไหร่

A: ที่นอนยางพาราของเรามีตั้งแต่ราว 7,990 บาท ไปจนถึงหลักแสนในรุ่นพรีเมียม ความต่างของราคามาจากความหนาแน่นของน้ำยาง จำนวนชั้นวัสดุ ผ้าหุ้ม และระยะเวลารับประกัน ราคาโปรโมชันเปลี่ยนแปลงได้ ตรวจสอบที่หน้าสินค้าก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง

Q: ที่นอนยางพารานอนแล้วร้อนไหม

A: ที่นอนยางพาราระบายอากาศได้ดีตามธรรมชาติ ด้วยโครงสร้างเซลล์แบบเปิดที่ให้อากาศไหลเวียนผ่านตัวที่นอนได้ตลอดคืน ความร้อนจึงไม่สะสม นอนเย็นสบายแม้ในอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย

Q: ที่นอนยางพาราหนักไหม

A: ที่นอนยางพาราโดยทั่วไปมีน้ำหนักมากกว่าที่นอนโฟม ซึ่งมาพร้อมความหนาแน่นและความทนทานที่สูงกว่า ด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนาน ราว 8 ถึง 15 ปี จึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว แนะนำให้มีผู้ช่วยอีกคนตอนหมุนสลับหัวท้ายที่นอน

Q: คนเป็นภูมิแพ้ควรใช้ที่นอนยางพาราไหม

A: ที่นอนยางพาราแท้ 100% เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้ เพราะเนื้อยางธรรมชาติต้านทานไรฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรียได้ในตัวเอง ช่วยลดปัจจัยกระตุ้นอาการแพ้บนที่นอนโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีเพิ่มเติม

Q: เลือกที่นอนยางพาราแบบนุ่มหรือแน่นดี

A: ขึ้นอยู่กับสัมผัสที่ชอบและท่านอน คนชอบสัมผัสนุ่มเหมาะกับยางพาราแบบ Talalay ที่เนื้อนุ่มสม่ำเสมอ ส่วนคนชอบความแน่นหรือมีน้ำหนักตัวมากเหมาะกับแบบ Dunlop ที่เนื้อหนาแน่นกว่า แนะนำให้ทดลองนอนจริงที่สาขาเพื่อเทียบสัมผัสทั้งสองแบบ

เลือกที่นอนยางพาราแท้ 100% ได้ครบทุกขนาด ตั้งแต่ 3.5 ฟุต ถึง 6 ฟุต หลายระดับความแน่นและหลายช่วงราคา ทดลองนอนจริงที่โชว์รูม หรือให้ Sleep Coach ช่วยเลือกความแน่นที่เหมาะกับน้ำหนักและท่านอนของคุณ ผ่อน 0% ส่งฟรีทั่วประเทศ ที่ Mattress City

ที่นอนยางพารา ความสบายจากธรรมชาติที่เข้าใจสรีระ

ที่นอนยางพารา คือที่นอนที่ผลิตจากน้ำยางธรรมชาติแท้ 100% จุดเด่นคือความยืดหยุ่นสูงที่คืนตัวไว โอบรับสรีระได้ทั่วถึงตามส่วนเว้าโค้งของร่างกาย ช่วยลดจุดกดทับบริเวณไหล่ สะโพก และแผ่นหลัง พร้อมคุณสมบัติต้านไรฝุ่นและแบคทีเรียโดยธรรมชาติ จึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นของคนที่ใส่ใจสุขภาพการนอนและคนที่เป็นภูมิแพ้

ข้อดีของที่นอนยางพารา

คุณสมบัติจากธรรมชาติของยางพาราให้ประโยชน์ครบในเรื่องที่สำคัญต่อการนอน ตั้งแต่การรองรับสรีระและการลดอาการปวดหลัง ไปจนถึงความเย็นสบายและอายุการใช้งานที่ยาวนาน

ยืดหยุ่นสูง รองรับสรีระได้ทั่วถึง

เนื้อยางพารากระจายแรงกดและคืนตัวตามการเคลื่อนไหวได้ทันที ทุกส่วนของร่างกายจึงได้รับการรองรับอย่างพอดี กระดูกสันหลังอยู่ในแนวธรรมชาติ ลดอาการปวดเมื่อยจากการนอน ไม่ว่าจะนอนหงาย นอนตะแคง หรือมีน้ำหนักตัวมากน้อยต่างกัน เพราะเนื้อยางจะให้แรงต้านมากขึ้นเฉพาะจุดที่กดหนัก จึงรองรับได้ทุกสรีระ

ช่วยลดอาการปวดหลัง ด้วยการกระจายน้ำหนักและพยุงแนวกระดูกสันหลัง

อาการปวดหลังหลังตื่นนอนส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการนอนน้อย แต่มาจากที่นอนที่ยุบเป็นแอ่งหรือแข็งเกินไป จนสะโพกจมลงลึกกว่าไหล่และกระดูกสันหลังบิดออกจากแนวปกติตลอดทั้งคืน ที่นอนยางพาราจัดการปัญหานี้ด้วยแรงต้านที่เพิ่มขึ้นตามน้ำหนักที่กดลงไป ไหล่และสะโพกจึงจมลงได้พอดี ขณะที่ช่วงเอวยังถูกพยุงไว้ไม่ให้แอ่น กล้ามเนื้อหลังไม่ต้องเกร็งค้างเพื่อรักษาท่าทาง เมื่อจุดกดทับลดลง ร่างกายจะพลิกตัวกลางดึกน้อยลง และหลับลึกต่อเนื่องได้นานขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจของคุณภาพการนอนที่ดี นี่คือเหตุผลที่ที่นอนยางพาราถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่นอนสุขภาพที่คนปวดหลังเลือกใช้มากที่สุด ทั้งนี้ผู้ที่มีอาการปวดหลังเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์ร่วมด้วย

ระบายอากาศดี นอนเย็นสบาย

โครงสร้างเซลล์แบบเปิดของยางพาราให้อากาศไหลเวียนผ่านได้ตามธรรมชาติ ความร้อนและความชื้นไม่สะสมบนที่นอน เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของเมืองไทยเป็นพิเศษ เมื่ออากาศถ่ายเทได้ เหงื่อและความร้อนจากตัวเราจะถูกระบายออกแทนที่จะอมไว้ในที่นอน คนที่นอนร้อนหรือเหงื่อออกตอนกลางคืนจึงตื่นกลางดึกน้อยลง

ต้านไรฝุ่น เป็นมิตรกับคนแพ้ง่าย

ยางพาราธรรมชาติมีคุณสมบัติต้านทานไรฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรียในตัวเอง ช่วยรักษาสุขอนามัยบนที่นอนโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี จึงเหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้และครอบครัวที่มีเด็กเล็ก

อายุการใช้งานนาน คุ้มค่าเมื่อเฉลี่ยเป็นรายปี

น้ำยางธรรมชาติมีความหนาแน่นสูงและคืนตัวได้ดีกว่าโฟมทั่วไป ที่นอนยางพาราคุณภาพดีจึงใช้งานได้ราว 8 ถึง 15 ปี ขณะที่ที่นอนสปริงทั่วไปอยู่ที่ราว 7 ถึง 10 ปี เมื่อเฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อปีแล้ว ที่นอนยางพาราจึงคุ้มกว่าที่ตัวเลขบนป้ายราคาบอกไว้ การหมุนสลับหัวท้ายทุก 3 ถึง 6 เดือน และใช้ผ้ารองกันเปื้อนคลุมไว้ ช่วยยืดอายุการใช้งานได้อีก

ขนาดที่นอนยางพารา 3.5 ฟุต 5 ฟุต และ 6 ฟุต เท่ากับกี่เซนติเมตร

ขนาดที่นอนยางพาราใช้มาตรฐานเดียวกับที่นอนทั่วไป ขนาด 3.5 ฟุต เท่ากับ 106 x 198 ซม. สำหรับคนนอนคนเดียวหรือห้องขนาดเล็ก ขนาด 5 ฟุต เท่ากับ 152 x 198 ซม. สำหรับคู่ที่ห้องนอนไม่กว้างมาก และที่นอนยางพารา 6 ฟุต เท่ากับ 182 x 198 ซม. ซึ่งเป็นขนาดที่คนเลือกมากที่สุดสำหรับห้องนอนใหญ่ เพราะกว้างพอให้นอนสองคนโดยแทบไม่รู้สึกเวลาอีกฝ่ายพลิกตัว ก่อนสั่งซื้อควรวัดกรอบเตียงจริงด้วย เพราะกรอบเตียงจะกว้างและยาวกว่าตัวที่นอนอยู่เล็กน้อย เช่น เตียง 3.5 ฟุต มักมีกรอบราว 118 ถึง 125 x 205 ถึง 215 ซม.

ขนาดที่นอนยางพารา

กว้าง x ยาว (ซม.)

เหมาะกับ

3.5 ฟุต (Single)

106 x 198

นอนคนเดียว ห้องเล็ก หอพัก คอนโด

5 ฟุต (Queen)

152 x 198

นอนสองคน ห้องนอนขนาดกลาง

6 ฟุต (King)

182 x 198

นอนสองคนแบบไม่รบกวนกัน หรือนอนกับลูกเล็ก

 

ราคาที่นอนยางพาราเริ่มต้นเท่าไหร่

ที่นอนยางพาราของเรามีตั้งแต่ราว 7,990 บาท ไปจนถึงหลักแสนในรุ่นพรีเมียม รุ่นเริ่มต้นอย่าง Woodfield S-HYBRID LATEX อยู่ที่ราว 7,990 ถึง 8,990 บาท ส่วนกลุ่มพรีเมียมอย่าง Omazz Fletcher Latex Mattress, Dunlopillo Debenham และ ELLE Decor Juliette อยู่ในหลักแสน ตัวแปรที่ทำให้ราคาต่างกันคือความหนาแน่นของน้ำยาง สัดส่วนยางพาราแท้ในแต่ละชั้น จำนวนชั้นวัสดุ ผ้าหุ้ม และระยะเวลารับประกัน งบเริ่มต้นจึงได้ที่นอนยางพาราแท้เช่นกัน เพียงแต่ชั้นยางบางกว่ารุ่นพรีเมียม ทั้งนี้ราคาโปรโมชันเปลี่ยนแปลงได้ ตรวจสอบที่หน้าสินค้าอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ

ที่นอนยางพารากับที่นอนสปริง ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

คนที่กำลังเปลี่ยนที่นอนมักลังเลระหว่างยางพารากับสปริง สองแบบนี้ต่างกันที่วิธีรับน้ำหนัก ยางพาราใช้เนื้อยางทั้งผืนดันกลับขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอ ส่วนสปริงใช้ลวดสปริงเป็นตัวรับแรงเป็นจุด ผลที่ตามมาคือสัมผัส การระบายอากาศ และอายุการใช้งานที่ต่างกันชัดเจน

หัวข้อเปรียบเทียบ

ที่นอนยางพารา

ที่นอนสปริง

การรองรับสรีระ

เนื้อยางโอบรับตามส่วนเว้าโค้ง กระจายแรงกดทั้งผืน

รองรับเป็นจุดตามการยุบตัวของสปริงแต่ละตัว

การระบายอากาศ

โครงสร้างเซลล์เปิด ระบายเหงื่อและความร้อนได้ดี

อาศัยช่องว่างระหว่างสปริงและชั้นผ้าหุ้ม

แรงสะเทือนเวลาพลิกตัว

ดูดซับได้ดี รบกวนคนข้างกันน้อย

พ็อกเก็ตสปริงลดได้ดีกว่าสปริงแบบต่อเนื่อง

ไรฝุ่นและแบคทีเรีย

ต้านได้เองตามธรรมชาติของน้ำยาง

ต้องอาศัยผ้าหุ้มและผ้ารองกันเปื้อนช่วย

น้ำหนักตัวที่นอน

หนักกว่า เคลื่อนย้ายและพลิกยากกว่า

เบากว่า ยกและพลิกด้านง่ายกว่า

อายุการใช้งานโดยเฉลี่ย

ราว 8 ถึง 15 ปี

ราว 7 ถึง 10 ปี

เหมาะกับใคร

คนเป็นภูมิแพ้ คนปวดหลัง คนนอนร้อน คนอยากใช้ยาว

คนชอบสัมผัสสปริงเด้ง และเริ่มต้นด้วยงบที่ต่ำกว่า

 

ยางพาราแบบ Talalay กับ Dunlop ต่างกันอย่างไร

ที่นอนยางพาราแท้ผลิตได้สองกระบวนการหลัก กระบวนการ Talalay ให้เนื้อยางที่นุ่มนวลและสม่ำเสมอกว่า เหมาะกับคนชอบสัมผัสนุ่ม ส่วนกระบวนการ Dunlop ให้เนื้อยางที่หนาแน่นและแน่นกว่า เหมาะกับคนที่ต้องการการรองรับแบบแน่นหนา การเลือกจึงขึ้นอยู่กับสัมผัสที่ชอบและน้ำหนักตัวของผู้นอนเป็นหลัก ถ้าอยากได้สัมผัสนุ่มโอบล้อมสรีระแบบ Talalay แบรนด์ LOTUS มีรุ่นที่ใช้นวัตกรรม Talalay Latex ให้เลือก เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ยางพารา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับที่นอนยางพารา

Q: ที่นอนยางพาราแท้ดูอย่างไร

A: ที่นอนยางพาราแท้ 100% จะผลิตจากน้ำยางพาราธรรมชาติ จุดสังเกตคือความยืดหยุ่นที่คืนตัวไวเมื่อกดแล้วปล่อย และเนื้อสัมผัสที่แน่นสม่ำเสมอ ผิวหน้ายางมีรูพรุนกระจายทั่วแผ่นจากกระบวนการผลิต และมีกลิ่นน้ำยางอ่อนๆ ที่จางไปเองใน 2 ถึง 3 วัน แนะนำให้เลือกซื้อจากร้านที่เชื่อถือได้ ระบุวัสดุชัดเจน และมีการรับประกันสินค้า เพื่อความมั่นใจว่าได้ยางพาราแท้คุณภาพสูง

Q: ที่นอนยางพาราดีต่อคนปวดหลังไหม

A: ที่นอนยางพาราช่วยรองรับสรีระตามส่วนเว้าโค้งของร่างกายและกระจายแรงกดทับได้ดี จึงช่วยให้กระดูกสันหลังอยู่ในแนวธรรมชาติระหว่างการนอน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดอาการปวดเมื่อยหลังตื่นนอน โดยเฉพาะคนที่ปวดหลังล่างจากที่นอนเดิมที่ยุบเป็นแอ่ง แต่หากปวดจากสาเหตุทางการแพทย์อื่น ที่นอนช่วยได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

Q: ที่นอนยางพารา 6 ฟุต มีขนาดกี่เซนติเมตร

A: ที่นอนยางพารา 6 ฟุต หรือขนาด King มีขนาด 182 x 198 ซม. เป็นขนาดที่เหมาะกับการนอนสองคนโดยไม่รบกวนกัน ก่อนสั่งซื้อควรวัดพื้นที่ห้องและกรอบเตียงเดิม เพราะกรอบเตียงจะกินพื้นที่มากกว่าตัวที่นอนเล็กน้อย และควรเผื่อทางเดินรอบเตียงไว้อย่างน้อยด้านละ 60 ซม.

Q: ที่นอนยางพาราราคาเริ่มต้นเท่าไหร่

A: ที่นอนยางพาราของเรามีตั้งแต่ราว 7,990 บาท ไปจนถึงหลักแสนในรุ่นพรีเมียม ความต่างของราคามาจากความหนาแน่นของน้ำยาง จำนวนชั้นวัสดุ ผ้าหุ้ม และระยะเวลารับประกัน ราคาโปรโมชันเปลี่ยนแปลงได้ ตรวจสอบที่หน้าสินค้าก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง

Q: ที่นอนยางพารานอนแล้วร้อนไหม

A: ที่นอนยางพาราระบายอากาศได้ดีตามธรรมชาติ ด้วยโครงสร้างเซลล์แบบเปิดที่ให้อากาศไหลเวียนผ่านตัวที่นอนได้ตลอดคืน ความร้อนจึงไม่สะสม นอนเย็นสบายแม้ในอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย

Q: ที่นอนยางพาราหนักไหม

A: ที่นอนยางพาราโดยทั่วไปมีน้ำหนักมากกว่าที่นอนโฟม ซึ่งมาพร้อมความหนาแน่นและความทนทานที่สูงกว่า ด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนาน ราว 8 ถึง 15 ปี จึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว แนะนำให้มีผู้ช่วยอีกคนตอนหมุนสลับหัวท้ายที่นอน

Q: คนเป็นภูมิแพ้ควรใช้ที่นอนยางพาราไหม

A: ที่นอนยางพาราแท้ 100% เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้ เพราะเนื้อยางธรรมชาติต้านทานไรฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรียได้ในตัวเอง ช่วยลดปัจจัยกระตุ้นอาการแพ้บนที่นอนโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีเพิ่มเติม

Q: เลือกที่นอนยางพาราแบบนุ่มหรือแน่นดี

A: ขึ้นอยู่กับสัมผัสที่ชอบและท่านอน คนชอบสัมผัสนุ่มเหมาะกับยางพาราแบบ Talalay ที่เนื้อนุ่มสม่ำเสมอ ส่วนคนชอบความแน่นหรือมีน้ำหนักตัวมากเหมาะกับแบบ Dunlop ที่เนื้อหนาแน่นกว่า แนะนำให้ทดลองนอนจริงที่สาขาเพื่อเทียบสัมผัสทั้งสองแบบ

เลือกที่นอนยางพาราแท้ 100% ได้ครบทุกขนาด ตั้งแต่ 3.5 ฟุต ถึง 6 ฟุต หลายระดับความแน่นและหลายช่วงราคา ทดลองนอนจริงที่โชว์รูม หรือให้ Sleep Coach ช่วยเลือกความแน่นที่เหมาะกับน้ำหนักและท่านอนของคุณ ผ่อน 0% ส่งฟรีทั่วประเทศ ที่ Mattress City