ที่นอนยางพาราผลิตจากน้ำยางธรรมชาติแท้ 100% ยืดหยุ่นสูง คืนตัวไว โอบรับสรีระตามส่วนเว้าโค้งของร่างกาย ลดจุดกดทับได้ดี กระจายน้ำหนักตัวสม่ำเสมอ จึงช่วยลดอาการปวดหลังจากการนอนผิดแนว ระบายอากาศผ่านโครงสร้างเซลล์แบบเปิด นอนเย็นสบายไม่อับชื้น ระบายเหงื่อและความร้อนได้ดีในอากาศเมืองไทย ต้านไรฝุ่นและแบคทีเรียโดยธรรมชาติ เหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้และคนรักสุขภาพที่มองหาที่นอนสุขภาพซึ่งใช้งานได้ยาวหลายปี มีให้เลือกครบทุกขนาด ตั้งแต่ 3.5 ฟุต ถึงที่นอนยางพารา 6 ฟุต ขนาด 182 x 198 ซม. ราคาเริ่มต้นราว 7,990 บาท ไปจนถึงหลักแสนในรุ่นพรีเมียม โดยราคาโปรโมชันเปลี่ยนแปลงได้ ตรวจสอบที่หน้าสินค้าอีกครั้ง สั่งซื้อออนไลน์หรือทดลองนอนจริงที่สาขา ผ่อน 0% ส่งฟรีทั่วไทย พร้อมรับประกันยาว ที่ Mattress City
ที่นอนยางพารา คือที่นอนที่ผลิตจากน้ำยางธรรมชาติแท้ 100% จุดเด่นคือความยืดหยุ่นสูงที่คืนตัวไว โอบรับสรีระได้ทั่วถึงตามส่วนเว้าโค้งของร่างกาย ช่วยลดจุดกดทับบริเวณไหล่ สะโพก และแผ่นหลัง พร้อมคุณสมบัติต้านไรฝุ่นและแบคทีเรียโดยธรรมชาติ จึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นของคนที่ใส่ใจสุขภาพการนอนและคนที่เป็นภูมิแพ้
คุณสมบัติจากธรรมชาติของยางพาราให้ประโยชน์ครบในเรื่องที่สำคัญต่อการนอน ตั้งแต่การรองรับสรีระและการลดอาการปวดหลัง ไปจนถึงความเย็นสบายและอายุการใช้งานที่ยาวนาน
เนื้อยางพารากระจายแรงกดและคืนตัวตามการเคลื่อนไหวได้ทันที ทุกส่วนของร่างกายจึงได้รับการรองรับอย่างพอดี กระดูกสันหลังอยู่ในแนวธรรมชาติ ลดอาการปวดเมื่อยจากการนอน ไม่ว่าจะนอนหงาย นอนตะแคง หรือมีน้ำหนักตัวมากน้อยต่างกัน เพราะเนื้อยางจะให้แรงต้านมากขึ้นเฉพาะจุดที่กดหนัก จึงรองรับได้ทุกสรีระ
อาการปวดหลังหลังตื่นนอนส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการนอนน้อย แต่มาจากที่นอนที่ยุบเป็นแอ่งหรือแข็งเกินไป จนสะโพกจมลงลึกกว่าไหล่และกระดูกสันหลังบิดออกจากแนวปกติตลอดทั้งคืน ที่นอนยางพาราจัดการปัญหานี้ด้วยแรงต้านที่เพิ่มขึ้นตามน้ำหนักที่กดลงไป ไหล่และสะโพกจึงจมลงได้พอดี ขณะที่ช่วงเอวยังถูกพยุงไว้ไม่ให้แอ่น กล้ามเนื้อหลังไม่ต้องเกร็งค้างเพื่อรักษาท่าทาง เมื่อจุดกดทับลดลง ร่างกายจะพลิกตัวกลางดึกน้อยลง และหลับลึกต่อเนื่องได้นานขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจของคุณภาพการนอนที่ดี นี่คือเหตุผลที่ที่นอนยางพาราถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่นอนสุขภาพที่คนปวดหลังเลือกใช้มากที่สุด ทั้งนี้ผู้ที่มีอาการปวดหลังเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์ร่วมด้วย
โครงสร้างเซลล์แบบเปิดของยางพาราให้อากาศไหลเวียนผ่านได้ตามธรรมชาติ ความร้อนและความชื้นไม่สะสมบนที่นอน เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของเมืองไทยเป็นพิเศษ เมื่ออากาศถ่ายเทได้ เหงื่อและความร้อนจากตัวเราจะถูกระบายออกแทนที่จะอมไว้ในที่นอน คนที่นอนร้อนหรือเหงื่อออกตอนกลางคืนจึงตื่นกลางดึกน้อยลง
ยางพาราธรรมชาติมีคุณสมบัติต้านทานไรฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรียในตัวเอง ช่วยรักษาสุขอนามัยบนที่นอนโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี จึงเหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้และครอบครัวที่มีเด็กเล็ก
น้ำยางธรรมชาติมีความหนาแน่นสูงและคืนตัวได้ดีกว่าโฟมทั่วไป ที่นอนยางพาราคุณภาพดีจึงใช้งานได้ราว 8 ถึง 15 ปี ขณะที่ที่นอนสปริงทั่วไปอยู่ที่ราว 7 ถึง 10 ปี เมื่อเฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อปีแล้ว ที่นอนยางพาราจึงคุ้มกว่าที่ตัวเลขบนป้ายราคาบอกไว้ การหมุนสลับหัวท้ายทุก 3 ถึง 6 เดือน และใช้ผ้ารองกันเปื้อนคลุมไว้ ช่วยยืดอายุการใช้งานได้อีก
ขนาดที่นอนยางพาราใช้มาตรฐานเดียวกับที่นอนทั่วไป ขนาด 3.5 ฟุต เท่ากับ 106 x 198 ซม. สำหรับคนนอนคนเดียวหรือห้องขนาดเล็ก ขนาด 5 ฟุต เท่ากับ 152 x 198 ซม. สำหรับคู่ที่ห้องนอนไม่กว้างมาก และที่นอนยางพารา 6 ฟุต เท่ากับ 182 x 198 ซม. ซึ่งเป็นขนาดที่คนเลือกมากที่สุดสำหรับห้องนอนใหญ่ เพราะกว้างพอให้นอนสองคนโดยแทบไม่รู้สึกเวลาอีกฝ่ายพลิกตัว ก่อนสั่งซื้อควรวัดกรอบเตียงจริงด้วย เพราะกรอบเตียงจะกว้างและยาวกว่าตัวที่นอนอยู่เล็กน้อย เช่น เตียง 3.5 ฟุต มักมีกรอบราว 118 ถึง 125 x 205 ถึง 215 ซม.
|
ขนาดที่นอนยางพารา |
กว้าง x ยาว (ซม.) |
เหมาะกับ |
|
3.5 ฟุต (Single) |
106 x 198 |
นอนคนเดียว ห้องเล็ก หอพัก คอนโด |
|
5 ฟุต (Queen) |
152 x 198 |
นอนสองคน ห้องนอนขนาดกลาง |
|
6 ฟุต (King) |
182 x 198 |
นอนสองคนแบบไม่รบกวนกัน หรือนอนกับลูกเล็ก |
ที่นอนยางพาราของเรามีตั้งแต่ราว 7,990 บาท ไปจนถึงหลักแสนในรุ่นพรีเมียม รุ่นเริ่มต้นอย่าง Woodfield S-HYBRID LATEX อยู่ที่ราว 7,990 ถึง 8,990 บาท ส่วนกลุ่มพรีเมียมอย่าง Omazz Fletcher Latex Mattress, Dunlopillo Debenham และ ELLE Decor Juliette อยู่ในหลักแสน ตัวแปรที่ทำให้ราคาต่างกันคือความหนาแน่นของน้ำยาง สัดส่วนยางพาราแท้ในแต่ละชั้น จำนวนชั้นวัสดุ ผ้าหุ้ม และระยะเวลารับประกัน งบเริ่มต้นจึงได้ที่นอนยางพาราแท้เช่นกัน เพียงแต่ชั้นยางบางกว่ารุ่นพรีเมียม ทั้งนี้ราคาโปรโมชันเปลี่ยนแปลงได้ ตรวจสอบที่หน้าสินค้าอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ
คนที่กำลังเปลี่ยนที่นอนมักลังเลระหว่างยางพารากับสปริง สองแบบนี้ต่างกันที่วิธีรับน้ำหนัก ยางพาราใช้เนื้อยางทั้งผืนดันกลับขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอ ส่วนสปริงใช้ลวดสปริงเป็นตัวรับแรงเป็นจุด ผลที่ตามมาคือสัมผัส การระบายอากาศ และอายุการใช้งานที่ต่างกันชัดเจน
|
หัวข้อเปรียบเทียบ |
ที่นอนยางพารา |
ที่นอนสปริง |
|
การรองรับสรีระ |
เนื้อยางโอบรับตามส่วนเว้าโค้ง กระจายแรงกดทั้งผืน |
รองรับเป็นจุดตามการยุบตัวของสปริงแต่ละตัว |
|
การระบายอากาศ |
โครงสร้างเซลล์เปิด ระบายเหงื่อและความร้อนได้ดี |
อาศัยช่องว่างระหว่างสปริงและชั้นผ้าหุ้ม |
|
แรงสะเทือนเวลาพลิกตัว |
ดูดซับได้ดี รบกวนคนข้างกันน้อย |
พ็อกเก็ตสปริงลดได้ดีกว่าสปริงแบบต่อเนื่อง |
|
ไรฝุ่นและแบคทีเรีย |
ต้านได้เองตามธรรมชาติของน้ำยาง |
ต้องอาศัยผ้าหุ้มและผ้ารองกันเปื้อนช่วย |
|
น้ำหนักตัวที่นอน |
หนักกว่า เคลื่อนย้ายและพลิกยากกว่า |
เบากว่า ยกและพลิกด้านง่ายกว่า |
|
อายุการใช้งานโดยเฉลี่ย |
ราว 8 ถึง 15 ปี |
ราว 7 ถึง 10 ปี |
|
เหมาะกับใคร |
คนเป็นภูมิแพ้ คนปวดหลัง คนนอนร้อน คนอยากใช้ยาว |
คนชอบสัมผัสสปริงเด้ง และเริ่มต้นด้วยงบที่ต่ำกว่า |
ที่นอนยางพาราแท้ผลิตได้สองกระบวนการหลัก กระบวนการ Talalay ให้เนื้อยางที่นุ่มนวลและสม่ำเสมอกว่า เหมาะกับคนชอบสัมผัสนุ่ม ส่วนกระบวนการ Dunlop ให้เนื้อยางที่หนาแน่นและแน่นกว่า เหมาะกับคนที่ต้องการการรองรับแบบแน่นหนา การเลือกจึงขึ้นอยู่กับสัมผัสที่ชอบและน้ำหนักตัวของผู้นอนเป็นหลัก ถ้าอยากได้สัมผัสนุ่มโอบล้อมสรีระแบบ Talalay แบรนด์ LOTUS มีรุ่นที่ใช้นวัตกรรม Talalay Latex ให้เลือก เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ยางพารา
A: ที่นอนยางพาราแท้ 100% จะผลิตจากน้ำยางพาราธรรมชาติ จุดสังเกตคือความยืดหยุ่นที่คืนตัวไวเมื่อกดแล้วปล่อย และเนื้อสัมผัสที่แน่นสม่ำเสมอ ผิวหน้ายางมีรูพรุนกระจายทั่วแผ่นจากกระบวนการผลิต และมีกลิ่นน้ำยางอ่อนๆ ที่จางไปเองใน 2 ถึง 3 วัน แนะนำให้เลือกซื้อจากร้านที่เชื่อถือได้ ระบุวัสดุชัดเจน และมีการรับประกันสินค้า เพื่อความมั่นใจว่าได้ยางพาราแท้คุณภาพสูง
A: ที่นอนยางพาราช่วยรองรับสรีระตามส่วนเว้าโค้งของร่างกายและกระจายแรงกดทับได้ดี จึงช่วยให้กระดูกสันหลังอยู่ในแนวธรรมชาติระหว่างการนอน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดอาการปวดเมื่อยหลังตื่นนอน โดยเฉพาะคนที่ปวดหลังล่างจากที่นอนเดิมที่ยุบเป็นแอ่ง แต่หากปวดจากสาเหตุทางการแพทย์อื่น ที่นอนช่วยได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
A: ที่นอนยางพารา 6 ฟุต หรือขนาด King มีขนาด 182 x 198 ซม. เป็นขนาดที่เหมาะกับการนอนสองคนโดยไม่รบกวนกัน ก่อนสั่งซื้อควรวัดพื้นที่ห้องและกรอบเตียงเดิม เพราะกรอบเตียงจะกินพื้นที่มากกว่าตัวที่นอนเล็กน้อย และควรเผื่อทางเดินรอบเตียงไว้อย่างน้อยด้านละ 60 ซม.
A: ที่นอนยางพาราของเรามีตั้งแต่ราว 7,990 บาท ไปจนถึงหลักแสนในรุ่นพรีเมียม ความต่างของราคามาจากความหนาแน่นของน้ำยาง จำนวนชั้นวัสดุ ผ้าหุ้ม และระยะเวลารับประกัน ราคาโปรโมชันเปลี่ยนแปลงได้ ตรวจสอบที่หน้าสินค้าก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง
A: ที่นอนยางพาราระบายอากาศได้ดีตามธรรมชาติ ด้วยโครงสร้างเซลล์แบบเปิดที่ให้อากาศไหลเวียนผ่านตัวที่นอนได้ตลอดคืน ความร้อนจึงไม่สะสม นอนเย็นสบายแม้ในอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย
A: ที่นอนยางพาราโดยทั่วไปมีน้ำหนักมากกว่าที่นอนโฟม ซึ่งมาพร้อมความหนาแน่นและความทนทานที่สูงกว่า ด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนาน ราว 8 ถึง 15 ปี จึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว แนะนำให้มีผู้ช่วยอีกคนตอนหมุนสลับหัวท้ายที่นอน
A: ที่นอนยางพาราแท้ 100% เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้ เพราะเนื้อยางธรรมชาติต้านทานไรฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรียได้ในตัวเอง ช่วยลดปัจจัยกระตุ้นอาการแพ้บนที่นอนโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีเพิ่มเติม
A: ขึ้นอยู่กับสัมผัสที่ชอบและท่านอน คนชอบสัมผัสนุ่มเหมาะกับยางพาราแบบ Talalay ที่เนื้อนุ่มสม่ำเสมอ ส่วนคนชอบความแน่นหรือมีน้ำหนักตัวมากเหมาะกับแบบ Dunlop ที่เนื้อหนาแน่นกว่า แนะนำให้ทดลองนอนจริงที่สาขาเพื่อเทียบสัมผัสทั้งสองแบบ
เลือกที่นอนยางพาราแท้ 100% ได้ครบทุกขนาด ตั้งแต่ 3.5 ฟุต ถึง 6 ฟุต หลายระดับความแน่นและหลายช่วงราคา ทดลองนอนจริงที่โชว์รูม หรือให้ Sleep Coach ช่วยเลือกความแน่นที่เหมาะกับน้ำหนักและท่านอนของคุณ ผ่อน 0% ส่งฟรีทั่วประเทศ ที่ Mattress City
ที่นอนยางพารา คือที่นอนที่ผลิตจากน้ำยางธรรมชาติแท้ 100% จุดเด่นคือความยืดหยุ่นสูงที่คืนตัวไว โอบรับสรีระได้ทั่วถึงตามส่วนเว้าโค้งของร่างกาย ช่วยลดจุดกดทับบริเวณไหล่ สะโพก และแผ่นหลัง พร้อมคุณสมบัติต้านไรฝุ่นและแบคทีเรียโดยธรรมชาติ จึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นของคนที่ใส่ใจสุขภาพการนอนและคนที่เป็นภูมิแพ้
คุณสมบัติจากธรรมชาติของยางพาราให้ประโยชน์ครบในเรื่องที่สำคัญต่อการนอน ตั้งแต่การรองรับสรีระและการลดอาการปวดหลัง ไปจนถึงความเย็นสบายและอายุการใช้งานที่ยาวนาน
เนื้อยางพารากระจายแรงกดและคืนตัวตามการเคลื่อนไหวได้ทันที ทุกส่วนของร่างกายจึงได้รับการรองรับอย่างพอดี กระดูกสันหลังอยู่ในแนวธรรมชาติ ลดอาการปวดเมื่อยจากการนอน ไม่ว่าจะนอนหงาย นอนตะแคง หรือมีน้ำหนักตัวมากน้อยต่างกัน เพราะเนื้อยางจะให้แรงต้านมากขึ้นเฉพาะจุดที่กดหนัก จึงรองรับได้ทุกสรีระ
อาการปวดหลังหลังตื่นนอนส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการนอนน้อย แต่มาจากที่นอนที่ยุบเป็นแอ่งหรือแข็งเกินไป จนสะโพกจมลงลึกกว่าไหล่และกระดูกสันหลังบิดออกจากแนวปกติตลอดทั้งคืน ที่นอนยางพาราจัดการปัญหานี้ด้วยแรงต้านที่เพิ่มขึ้นตามน้ำหนักที่กดลงไป ไหล่และสะโพกจึงจมลงได้พอดี ขณะที่ช่วงเอวยังถูกพยุงไว้ไม่ให้แอ่น กล้ามเนื้อหลังไม่ต้องเกร็งค้างเพื่อรักษาท่าทาง เมื่อจุดกดทับลดลง ร่างกายจะพลิกตัวกลางดึกน้อยลง และหลับลึกต่อเนื่องได้นานขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจของคุณภาพการนอนที่ดี นี่คือเหตุผลที่ที่นอนยางพาราถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่นอนสุขภาพที่คนปวดหลังเลือกใช้มากที่สุด ทั้งนี้ผู้ที่มีอาการปวดหลังเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์ร่วมด้วย
โครงสร้างเซลล์แบบเปิดของยางพาราให้อากาศไหลเวียนผ่านได้ตามธรรมชาติ ความร้อนและความชื้นไม่สะสมบนที่นอน เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของเมืองไทยเป็นพิเศษ เมื่ออากาศถ่ายเทได้ เหงื่อและความร้อนจากตัวเราจะถูกระบายออกแทนที่จะอมไว้ในที่นอน คนที่นอนร้อนหรือเหงื่อออกตอนกลางคืนจึงตื่นกลางดึกน้อยลง
ยางพาราธรรมชาติมีคุณสมบัติต้านทานไรฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรียในตัวเอง ช่วยรักษาสุขอนามัยบนที่นอนโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี จึงเหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้และครอบครัวที่มีเด็กเล็ก
น้ำยางธรรมชาติมีความหนาแน่นสูงและคืนตัวได้ดีกว่าโฟมทั่วไป ที่นอนยางพาราคุณภาพดีจึงใช้งานได้ราว 8 ถึง 15 ปี ขณะที่ที่นอนสปริงทั่วไปอยู่ที่ราว 7 ถึง 10 ปี เมื่อเฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อปีแล้ว ที่นอนยางพาราจึงคุ้มกว่าที่ตัวเลขบนป้ายราคาบอกไว้ การหมุนสลับหัวท้ายทุก 3 ถึง 6 เดือน และใช้ผ้ารองกันเปื้อนคลุมไว้ ช่วยยืดอายุการใช้งานได้อีก
ขนาดที่นอนยางพาราใช้มาตรฐานเดียวกับที่นอนทั่วไป ขนาด 3.5 ฟุต เท่ากับ 106 x 198 ซม. สำหรับคนนอนคนเดียวหรือห้องขนาดเล็ก ขนาด 5 ฟุต เท่ากับ 152 x 198 ซม. สำหรับคู่ที่ห้องนอนไม่กว้างมาก และที่นอนยางพารา 6 ฟุต เท่ากับ 182 x 198 ซม. ซึ่งเป็นขนาดที่คนเลือกมากที่สุดสำหรับห้องนอนใหญ่ เพราะกว้างพอให้นอนสองคนโดยแทบไม่รู้สึกเวลาอีกฝ่ายพลิกตัว ก่อนสั่งซื้อควรวัดกรอบเตียงจริงด้วย เพราะกรอบเตียงจะกว้างและยาวกว่าตัวที่นอนอยู่เล็กน้อย เช่น เตียง 3.5 ฟุต มักมีกรอบราว 118 ถึง 125 x 205 ถึง 215 ซม.
|
ขนาดที่นอนยางพารา |
กว้าง x ยาว (ซม.) |
เหมาะกับ |
|
3.5 ฟุต (Single) |
106 x 198 |
นอนคนเดียว ห้องเล็ก หอพัก คอนโด |
|
5 ฟุต (Queen) |
152 x 198 |
นอนสองคน ห้องนอนขนาดกลาง |
|
6 ฟุต (King) |
182 x 198 |
นอนสองคนแบบไม่รบกวนกัน หรือนอนกับลูกเล็ก |
ที่นอนยางพาราของเรามีตั้งแต่ราว 7,990 บาท ไปจนถึงหลักแสนในรุ่นพรีเมียม รุ่นเริ่มต้นอย่าง Woodfield S-HYBRID LATEX อยู่ที่ราว 7,990 ถึง 8,990 บาท ส่วนกลุ่มพรีเมียมอย่าง Omazz Fletcher Latex Mattress, Dunlopillo Debenham และ ELLE Decor Juliette อยู่ในหลักแสน ตัวแปรที่ทำให้ราคาต่างกันคือความหนาแน่นของน้ำยาง สัดส่วนยางพาราแท้ในแต่ละชั้น จำนวนชั้นวัสดุ ผ้าหุ้ม และระยะเวลารับประกัน งบเริ่มต้นจึงได้ที่นอนยางพาราแท้เช่นกัน เพียงแต่ชั้นยางบางกว่ารุ่นพรีเมียม ทั้งนี้ราคาโปรโมชันเปลี่ยนแปลงได้ ตรวจสอบที่หน้าสินค้าอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ
คนที่กำลังเปลี่ยนที่นอนมักลังเลระหว่างยางพารากับสปริง สองแบบนี้ต่างกันที่วิธีรับน้ำหนัก ยางพาราใช้เนื้อยางทั้งผืนดันกลับขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอ ส่วนสปริงใช้ลวดสปริงเป็นตัวรับแรงเป็นจุด ผลที่ตามมาคือสัมผัส การระบายอากาศ และอายุการใช้งานที่ต่างกันชัดเจน
|
หัวข้อเปรียบเทียบ |
ที่นอนยางพารา |
ที่นอนสปริง |
|
การรองรับสรีระ |
เนื้อยางโอบรับตามส่วนเว้าโค้ง กระจายแรงกดทั้งผืน |
รองรับเป็นจุดตามการยุบตัวของสปริงแต่ละตัว |
|
การระบายอากาศ |
โครงสร้างเซลล์เปิด ระบายเหงื่อและความร้อนได้ดี |
อาศัยช่องว่างระหว่างสปริงและชั้นผ้าหุ้ม |
|
แรงสะเทือนเวลาพลิกตัว |
ดูดซับได้ดี รบกวนคนข้างกันน้อย |
พ็อกเก็ตสปริงลดได้ดีกว่าสปริงแบบต่อเนื่อง |
|
ไรฝุ่นและแบคทีเรีย |
ต้านได้เองตามธรรมชาติของน้ำยาง |
ต้องอาศัยผ้าหุ้มและผ้ารองกันเปื้อนช่วย |
|
น้ำหนักตัวที่นอน |
หนักกว่า เคลื่อนย้ายและพลิกยากกว่า |
เบากว่า ยกและพลิกด้านง่ายกว่า |
|
อายุการใช้งานโดยเฉลี่ย |
ราว 8 ถึง 15 ปี |
ราว 7 ถึง 10 ปี |
|
เหมาะกับใคร |
คนเป็นภูมิแพ้ คนปวดหลัง คนนอนร้อน คนอยากใช้ยาว |
คนชอบสัมผัสสปริงเด้ง และเริ่มต้นด้วยงบที่ต่ำกว่า |
ที่นอนยางพาราแท้ผลิตได้สองกระบวนการหลัก กระบวนการ Talalay ให้เนื้อยางที่นุ่มนวลและสม่ำเสมอกว่า เหมาะกับคนชอบสัมผัสนุ่ม ส่วนกระบวนการ Dunlop ให้เนื้อยางที่หนาแน่นและแน่นกว่า เหมาะกับคนที่ต้องการการรองรับแบบแน่นหนา การเลือกจึงขึ้นอยู่กับสัมผัสที่ชอบและน้ำหนักตัวของผู้นอนเป็นหลัก ถ้าอยากได้สัมผัสนุ่มโอบล้อมสรีระแบบ Talalay แบรนด์ LOTUS มีรุ่นที่ใช้นวัตกรรม Talalay Latex ให้เลือก เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ยางพารา
A: ที่นอนยางพาราแท้ 100% จะผลิตจากน้ำยางพาราธรรมชาติ จุดสังเกตคือความยืดหยุ่นที่คืนตัวไวเมื่อกดแล้วปล่อย และเนื้อสัมผัสที่แน่นสม่ำเสมอ ผิวหน้ายางมีรูพรุนกระจายทั่วแผ่นจากกระบวนการผลิต และมีกลิ่นน้ำยางอ่อนๆ ที่จางไปเองใน 2 ถึง 3 วัน แนะนำให้เลือกซื้อจากร้านที่เชื่อถือได้ ระบุวัสดุชัดเจน และมีการรับประกันสินค้า เพื่อความมั่นใจว่าได้ยางพาราแท้คุณภาพสูง
A: ที่นอนยางพาราช่วยรองรับสรีระตามส่วนเว้าโค้งของร่างกายและกระจายแรงกดทับได้ดี จึงช่วยให้กระดูกสันหลังอยู่ในแนวธรรมชาติระหว่างการนอน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดอาการปวดเมื่อยหลังตื่นนอน โดยเฉพาะคนที่ปวดหลังล่างจากที่นอนเดิมที่ยุบเป็นแอ่ง แต่หากปวดจากสาเหตุทางการแพทย์อื่น ที่นอนช่วยได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
A: ที่นอนยางพารา 6 ฟุต หรือขนาด King มีขนาด 182 x 198 ซม. เป็นขนาดที่เหมาะกับการนอนสองคนโดยไม่รบกวนกัน ก่อนสั่งซื้อควรวัดพื้นที่ห้องและกรอบเตียงเดิม เพราะกรอบเตียงจะกินพื้นที่มากกว่าตัวที่นอนเล็กน้อย และควรเผื่อทางเดินรอบเตียงไว้อย่างน้อยด้านละ 60 ซม.
A: ที่นอนยางพาราของเรามีตั้งแต่ราว 7,990 บาท ไปจนถึงหลักแสนในรุ่นพรีเมียม ความต่างของราคามาจากความหนาแน่นของน้ำยาง จำนวนชั้นวัสดุ ผ้าหุ้ม และระยะเวลารับประกัน ราคาโปรโมชันเปลี่ยนแปลงได้ ตรวจสอบที่หน้าสินค้าก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง
A: ที่นอนยางพาราระบายอากาศได้ดีตามธรรมชาติ ด้วยโครงสร้างเซลล์แบบเปิดที่ให้อากาศไหลเวียนผ่านตัวที่นอนได้ตลอดคืน ความร้อนจึงไม่สะสม นอนเย็นสบายแม้ในอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย
A: ที่นอนยางพาราโดยทั่วไปมีน้ำหนักมากกว่าที่นอนโฟม ซึ่งมาพร้อมความหนาแน่นและความทนทานที่สูงกว่า ด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนาน ราว 8 ถึง 15 ปี จึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว แนะนำให้มีผู้ช่วยอีกคนตอนหมุนสลับหัวท้ายที่นอน
A: ที่นอนยางพาราแท้ 100% เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้ เพราะเนื้อยางธรรมชาติต้านทานไรฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรียได้ในตัวเอง ช่วยลดปัจจัยกระตุ้นอาการแพ้บนที่นอนโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีเพิ่มเติม
A: ขึ้นอยู่กับสัมผัสที่ชอบและท่านอน คนชอบสัมผัสนุ่มเหมาะกับยางพาราแบบ Talalay ที่เนื้อนุ่มสม่ำเสมอ ส่วนคนชอบความแน่นหรือมีน้ำหนักตัวมากเหมาะกับแบบ Dunlop ที่เนื้อหนาแน่นกว่า แนะนำให้ทดลองนอนจริงที่สาขาเพื่อเทียบสัมผัสทั้งสองแบบ
เลือกที่นอนยางพาราแท้ 100% ได้ครบทุกขนาด ตั้งแต่ 3.5 ฟุต ถึง 6 ฟุต หลายระดับความแน่นและหลายช่วงราคา ทดลองนอนจริงที่โชว์รูม หรือให้ Sleep Coach ช่วยเลือกความแน่นที่เหมาะกับน้ำหนักและท่านอนของคุณ ผ่อน 0% ส่งฟรีทั่วประเทศ ที่ Mattress City