ที่นอนเมมโมรีโฟม เนื้อโฟมอ่อนตัวตามอุณหภูมิและน้ำหนักของร่างกาย โอบรับสรีระแบบแนบสนิททุกจุด กระจายน้ำหนักและลดแรงกดทับบริเวณไหล่และสะโพกได้ดีเป็นพิเศษ ทั้งยังดูดซับการเคลื่อนไหวได้ดี จึงไม่รบกวนคู่นอนเมื่อพลิกตัว เหมาะกับคนปวดหลังปวดไหล่และคนนอนตะแคง มีให้เลือกครบทุกระดับความแน่นและทุกขนาด ตั้งแต่ 3.5 ฟุต 5 ฟุต ถึง 6 ฟุต สั่งซื้อออนไลน์หรือทดลองนอนจริงที่สาขา ผ่อน 0% ส่งฟรีทั่วไทย พร้อมรับประกันยาว ที่ Mattress City
ที่นอนเมมโมรีโฟมเป็นวัสดุที่ตอบสนองต่ออุณหภูมิและน้ำหนักของร่างกาย ทำให้รู้สึกเหมือนที่นอนค่อย ๆ ปรับรูปทรงเข้ากับร่างกายของผู้นอนแต่ละคน เมื่อขยับตัวหรือลุกออกจากเตียง เมมโมรีโฟมจะคืนรูปกลับสู่สภาพเดิมภายในไม่กี่วินาที สัมผัสนี้ทำให้ที่นอนเมมโมรีโฟมเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ที่ต้องการการพักผ่อนที่นุ่มและกระจายแรงกดทับสม่ำเสมอ
ที่นอนเมมโมรีโฟมในตลาดส่วนใหญ่ประกอบจากชั้นโฟมหลายระดับ แต่ละชั้นทำหน้าที่ต่างกัน เข้าใจแต่ละชั้นทำให้เปรียบเทียบรุ่นและเลือกที่ตรงกับการใช้งานง่ายขึ้น
ชั้นบนของที่นอนเมมโมรีโฟมคือชั้นที่ตอบสนองต่อร่างกายโดยตรง รุ่นส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้เมมโมรีโฟมรุ่นใหม่ที่ผสมเจลช่วยระบายความร้อน ความหนาทั่วไปอยู่ที่ 2–4 นิ้ว ชั้นที่หนาขึ้นจะให้สัมผัสที่โอบรับสรีระชัดเจนขึ้น
ระหว่างชั้นบนกับชั้นแกน มีชั้นโฟมเนื้อปานกลางทำหน้าที่เชื่อมการเปลี่ยนผ่านระหว่างผิวสัมผัสนุ่มกับชั้นแกนที่แน่นกว่า ชั้นนี้ช่วยให้ที่นอนเมมโมรีโฟมรู้สึกพอเหมาะ ไม่ตกลงลึก
ชั้นล่างสุดของที่นอนเมมโมรีโฟมคือโฟมเนื้อแน่นที่ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักร่างกายและกำหนดอายุการใช้งานของที่นอน ความแน่นของชั้นนี้ส่งผลต่อความคงทนของที่นอนในระยะยาว
ท่านอนตะแคงทำให้น้ำหนักกดที่ไหล่และสะโพกแบบเข้มข้น ที่นอนเมมโมรีโฟมที่โอบรับเฉพาะจุดจะช่วยกระจายแรงกดออกไป ลดการเกิดจุดกดทับ ตื่นเช้าจึงไม่ปวดเมื่อย รุ่นจาก Dunlopillo ที่ผสมเทคโนโลยีโฟมและยางพารามักเป็นทางเลือกที่ดี สำหรับผู้มีอาการปวดเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม
ผู้ที่น้ำหนักต่ำกว่า 60 กก. ใช้ที่นอนเมมโมรีโฟมเนื้อปกติได้สบาย ผู้ที่น้ำหนัก 60–80 กก. เลือกที่นอนเมมโมรีโฟมเนื้อแน่นปานกลางจะให้ความรู้สึกพอเหมาะที่สุด ส่วนผู้ที่น้ำหนัก 80 กก. ขึ้นไป ควรเลือกที่นอนเมมโมรีโฟมเนื้อแน่นพิเศษเพื่อรองรับน้ำหนักได้ยาวนาน
ที่นอนเมมโมรีโฟมหนา 6 นิ้วเหมาะกับห้องนอนเด็กหรือใช้บนเตียงปรับระดับ ความหนา 8–10 นิ้วเป็นมาตรฐานของห้องนอนผู้ใหญ่ ส่วน 11–12 นิ้วเหมาะกับห้องนอนหลักที่ต้องการสัมผัสนุ่มและการรองรับชั้นสูง
A: เหมาะ ที่นอนเมมโมรีโฟมรุ่นปัจจุบันส่วนใหญ่ผสมเจลช่วยระบายความร้อน ทำให้สัมผัสสบายในห้องแอร์ทั่วไป มือใหม่สามารถเริ่มจากความหนา 8 นิ้วและความแน่นปานกลางเพื่อปรับตัวกับสัมผัสของเมมโมรีโฟม
A: ความหนา 8–10 นิ้วเป็นมาตรฐานของห้องนอนผู้ใหญ่ ห้องเด็กหรือเตียงปรับระดับใช้ 6 นิ้ว ส่วนห้องนอนหลักที่ต้องการสัมผัสนุ่มชั้นสูงเลือก 11 นิ้วขึ้นไป
A: ใช้ผ้ารองกันเปื้อนกันน้ำ หลีกเลี่ยงการพับหรือม้วน หมุนสลับด้านหัวท้ายทุก 3–6 เดือน เปิดผ้าคลุมระบายอากาศเป็นระยะเพื่อลดความอับชื้น
A: ใช้ได้ ระยะห่างระหว่างไม้ระแนงไม่ควรเกิน 7.5 ซม. เพื่อให้รองรับได้ทั่วถึง ไม่ยุบลงในช่องว่าง เตียงที่มีพื้นทึบเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด
A: โฟมโพลียูรีเทนเองไม่ใช่สารก่อภูมิแพ้ และโครงสร้างปิดของโฟมทำให้ไรฝุ่นเข้าไปฝังตัวได้ยากกว่าที่นอนที่เน้นชั้นทอผ้า แต่ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้รุนแรงควรเลือกรุ่นที่มีผ้าหุ้มถอดซักได้ และปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล
A: ทดลองได้ที่สาขา Mattress City ใกล้บ้านคุณ ตรวจสอบที่ตั้งสาขาบนเว็บไซต์ ทีม Sleep Coach ให้คำแนะนำในการเลือกรุ่นที่ตรงกับการใช้งานของคุณ
ที่นอนเมมโมรีโฟมเป็นวัสดุที่ตอบสนองต่ออุณหภูมิและน้ำหนักของร่างกาย ทำให้รู้สึกเหมือนที่นอนค่อย ๆ ปรับรูปทรงเข้ากับร่างกายของผู้นอนแต่ละคน เมื่อขยับตัวหรือลุกออกจากเตียง เมมโมรีโฟมจะคืนรูปกลับสู่สภาพเดิมภายในไม่กี่วินาที สัมผัสนี้ทำให้ที่นอนเมมโมรีโฟมเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ที่ต้องการการพักผ่อนที่นุ่มและกระจายแรงกดทับสม่ำเสมอ
ที่นอนเมมโมรีโฟมในตลาดส่วนใหญ่ประกอบจากชั้นโฟมหลายระดับ แต่ละชั้นทำหน้าที่ต่างกัน เข้าใจแต่ละชั้นทำให้เปรียบเทียบรุ่นและเลือกที่ตรงกับการใช้งานง่ายขึ้น
ชั้นบนของที่นอนเมมโมรีโฟมคือชั้นที่ตอบสนองต่อร่างกายโดยตรง รุ่นส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้เมมโมรีโฟมรุ่นใหม่ที่ผสมเจลช่วยระบายความร้อน ความหนาทั่วไปอยู่ที่ 2–4 นิ้ว ชั้นที่หนาขึ้นจะให้สัมผัสที่โอบรับสรีระชัดเจนขึ้น
ระหว่างชั้นบนกับชั้นแกน มีชั้นโฟมเนื้อปานกลางทำหน้าที่เชื่อมการเปลี่ยนผ่านระหว่างผิวสัมผัสนุ่มกับชั้นแกนที่แน่นกว่า ชั้นนี้ช่วยให้ที่นอนเมมโมรีโฟมรู้สึกพอเหมาะ ไม่ตกลงลึก
ชั้นล่างสุดของที่นอนเมมโมรีโฟมคือโฟมเนื้อแน่นที่ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักร่างกายและกำหนดอายุการใช้งานของที่นอน ความแน่นของชั้นนี้ส่งผลต่อความคงทนของที่นอนในระยะยาว
ท่านอนตะแคงทำให้น้ำหนักกดที่ไหล่และสะโพกแบบเข้มข้น ที่นอนเมมโมรีโฟมที่โอบรับเฉพาะจุดจะช่วยกระจายแรงกดออกไป ลดการเกิดจุดกดทับ ตื่นเช้าจึงไม่ปวดเมื่อย รุ่นจาก Dunlopillo ที่ผสมเทคโนโลยีโฟมและยางพารามักเป็นทางเลือกที่ดี สำหรับผู้มีอาการปวดเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม
ผู้ที่น้ำหนักต่ำกว่า 60 กก. ใช้ที่นอนเมมโมรีโฟมเนื้อปกติได้สบาย ผู้ที่น้ำหนัก 60–80 กก. เลือกที่นอนเมมโมรีโฟมเนื้อแน่นปานกลางจะให้ความรู้สึกพอเหมาะที่สุด ส่วนผู้ที่น้ำหนัก 80 กก. ขึ้นไป ควรเลือกที่นอนเมมโมรีโฟมเนื้อแน่นพิเศษเพื่อรองรับน้ำหนักได้ยาวนาน
ที่นอนเมมโมรีโฟมหนา 6 นิ้วเหมาะกับห้องนอนเด็กหรือใช้บนเตียงปรับระดับ ความหนา 8–10 นิ้วเป็นมาตรฐานของห้องนอนผู้ใหญ่ ส่วน 11–12 นิ้วเหมาะกับห้องนอนหลักที่ต้องการสัมผัสนุ่มและการรองรับชั้นสูง
A: เหมาะ ที่นอนเมมโมรีโฟมรุ่นปัจจุบันส่วนใหญ่ผสมเจลช่วยระบายความร้อน ทำให้สัมผัสสบายในห้องแอร์ทั่วไป มือใหม่สามารถเริ่มจากความหนา 8 นิ้วและความแน่นปานกลางเพื่อปรับตัวกับสัมผัสของเมมโมรีโฟม
A: ความหนา 8–10 นิ้วเป็นมาตรฐานของห้องนอนผู้ใหญ่ ห้องเด็กหรือเตียงปรับระดับใช้ 6 นิ้ว ส่วนห้องนอนหลักที่ต้องการสัมผัสนุ่มชั้นสูงเลือก 11 นิ้วขึ้นไป
A: ใช้ผ้ารองกันเปื้อนกันน้ำ หลีกเลี่ยงการพับหรือม้วน หมุนสลับด้านหัวท้ายทุก 3–6 เดือน เปิดผ้าคลุมระบายอากาศเป็นระยะเพื่อลดความอับชื้น
A: ใช้ได้ ระยะห่างระหว่างไม้ระแนงไม่ควรเกิน 7.5 ซม. เพื่อให้รองรับได้ทั่วถึง ไม่ยุบลงในช่องว่าง เตียงที่มีพื้นทึบเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด
A: โฟมโพลียูรีเทนเองไม่ใช่สารก่อภูมิแพ้ และโครงสร้างปิดของโฟมทำให้ไรฝุ่นเข้าไปฝังตัวได้ยากกว่าที่นอนที่เน้นชั้นทอผ้า แต่ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้รุนแรงควรเลือกรุ่นที่มีผ้าหุ้มถอดซักได้ และปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล
A: ทดลองได้ที่สาขา Mattress City ใกล้บ้านคุณ ตรวจสอบที่ตั้งสาขาบนเว็บไซต์ ทีม Sleep Coach ให้คำแนะนำในการเลือกรุ่นที่ตรงกับการใช้งานของคุณ