ตัวเรือดมาจากไหน?
ตัวเรือดมาจากภายนอกบ้าน โดยติดมากับคนและสิ่งของ เช่น กระเป๋าเดินทางหลังพักโรงแรม เสื้อผ้าหรือเฟอร์นิเจอร์มือสอง ไม่ได้เกิดขึ้นเองจากความสกปรก
หลายคนเข้าใจผิดว่า ตัวเรือดเกิดจากความสกปรกเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ตัวเรือดสามารถเกิดได้แม้บ้านสะอาด
แหล่งที่มาหลักๆ ได้แก่:
- ติดมากับกระเป๋าเดินทางหลังไปพักโรงแรม
- มากับเสื้อผ้ามือสอง
- เฟอร์นิเจอร์มือสอง
- ห้องพัก หอพัก หรือคอนโดที่มีการหมุนเวียนผู้พักอาศัยสูง
- ขนส่งสาธารณะ
ตัวเรือดสามารถปีนขึ้นเตียงจากพื้นหรือผนังได้ และขยายพันธุ์ได้รวดเร็วมาก เพราะตัวเมียวางไข่ได้ 200-500 ฟองตลอดชีวิต ครั้งละ 10-50 ฟอง (ข้อมูลจาก Rentokil)
ตัวเรือดมีลักษณะอย่างไร?

- รูปร่างแบนรี คล้ายเมล็ดแอปเปิล ตัวเต็มวัยยาวประมาณ 5-7 มม.
- สีน้ำตาลเข้ม หากดูดเลือดแล้วจะมีสีแดงเข้ม
- ไข่มีสีขาวขุ่น รูปไข่ ขนาด 1-1.5 มม. (ข้อมูลจากศูนย์การแพทย์ศรีพัฒน์)
- ตัวอ่อนต้องลอกคราบหลายรอบก่อนโตเต็มวัย วงจรชีวิตทั้งหมดมี 7 ระยะ
- ทิ้งคราบดำเล็กๆ ไว้ตามตะเข็บที่นอน
หากพบจุดดำเล็กๆ หรือคราบเลือดจางๆ บนผ้าปูที่นอน อาจเป็นสัญญาณของตัวเรือด
ตัวเรือดกัด อาการเป็นอย่างไร อันตรายแค่ไหน?
ศูนย์การแพทย์ศรีพัฒน์ระบุว่ารอยตัวเรือดกัดเป็นตุ่มแดงขนาด 2-5 มม. มักเรียงเป็นแนวหรือขึ้นเป็นกลุ่ม คันมาก และมักหายเองได้ในราว 1 สัปดาห์
อาการตัวเรือดกัด
- ผื่นแดงนูน คันมาก
- มักเรียงกันเป็นแนว 2-3 จุด หรือขึ้นเป็นกลุ่ม
- พบบริเวณแขน ขา คอ หรือหลัง
- บางคนอาจมีอาการแพ้ บวมมากกว่าปกติ

ตัวเรือดอันตรายไหม?
ตัวเรือดสร้างความรำคาญมากกว่าอันตรายร้ายแรง เพราะยังไม่พบว่าตัวเรือดเป็นพาหะนำโรคสำคัญ แต่ผลกระทบต่อผิวหนังและการนอนเป็นเรื่องจริง
ถึงจะยังไม่พบว่าเป็นพาหะนำโรคสำคัญ แต่ตัวเรือดสามารถทำให้คันจนเกาเป็นแผล เสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรีย นอนไม่หลับ เครียด วิตกกังวล คุณภาพชีวิตลดลง ในบางรายที่แพ้รุนแรง อาจต้องพบแพทย์
ควรพบแพทย์ทันทีหากมีอาการแพ้รุนแรง เช่น บวมมาก ผื่นลามทั่วตัว หายใจลำบาก หรือแผลอักเสบเป็นหนองร่วมกับมีไข้
วิธีเช็คตัวเรือดบนที่นอนและเตียง
วิธีเช็คที่ได้ผลคือใช้ไฟฉายส่องตะเข็บที่นอน ใต้ฐานเตียง และรอยแตกของหัวเตียง เพื่อหาตัวเรือด ไข่สีขาวขุ่นขนาด 1-1.5 มม. จุดดำเล็กๆ ที่เป็นมูล หรือคราบเลือดบนผ้าปู
หากสงสัยว่ามีตัวเรือด ให้ตรวจสอบดังนี้
- เปิดดูตะเข็บที่นอนอย่างละเอียด
- ยกที่นอนดูใต้ฐานเตียง
- ตรวจรอยแตกของหัวเตียง
- มองหาจุดดำเล็กๆ (มูลตัวเรือด)
- มองหาคราบเลือดบนผ้าปู
แนะนำใช้ไฟฉายช่วยส่องในจุดอับ เพราะตัวเรือดชอบซ่อนในที่มืด
ตัวเรือดกับไรฝุ่นต่างกันอย่างไร?
ตัวเรือดมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและกัดดูดเลือด ส่วนไรฝุ่นตัวเล็กจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ไม่กัด แต่ซากและมูลของไรฝุ่นเป็นตัวกระตุ้นภูมิแพ้
|
ประเด็น |
ตัวเรือด |
ไรฝุ่น |
|
มองเห็นด้วยตาเปล่า |
เห็นได้ ตัวเต็มวัยประมาณ 5-7 มม. |
ส่วนใหญ่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า |
|
อาหาร |
เลือดมนุษย์ |
ขุยผิวหนังที่หลุดร่วง |
|
กัดหรือไม่ |
กัด ทิ้งตุ่มแดงคัน |
ไม่กัด |
|
ผลต่อร่างกาย |
ผื่นคัน รบกวนการนอน |
กระตุ้นภูมิแพ้ เช่น จาม คัดจมูก |
|
จุดที่พบ |
ตะเข็บที่นอน โครงเตียง รอยแตกผนัง เฟอร์นิเจอร์ |
ภายในที่นอน หมอน ผ้าห่ม พรม |
|
วิธีรับมือหลัก |
ความร้อนตามอุณหภูมิและเวลาที่กำหนด ร่วมกับบริษัทกำจัดแมลงเมื่อระบาด |
ซักเครื่องนอนด้วยน้ำร้อนสม่ำเสมอ ใช้ปลอกกันไรฝุ่น ลดความชื้น |
การซักชุดผ้าปูที่นอน ด้วยน้ำร้อนเป็นประจำช่วยได้ทั้งสองปัญหา แต่ถ้าเป็นตัวเรือด ต้องใช้ความร้อนให้ครบเวลาตามเกณฑ์ และจัดการจุดซ่อนนอกเตียงด้วย
การรักษาหลังโดนตัวเรือดกัด
รอยตัวเรือดกัดส่วนใหญ่ดูแลเองได้ด้วยการล้างแผล ลดอาการคัน และไม่เกา เพราะมักหายเองในราว 1 สัปดาห์
หากโดนตัวเรือดกัด ควรทำดังนี้:
- ล้างแผลด้วยสบู่อ่อนและน้ำสะอาด
- ทาคาลาไมน์ลดอาการคัน
- ปรึกษาเภสัชกรเรื่องยาทาสเตียรอยด์อ่อนๆ หากคันมาก
- หลีกเลี่ยงการเกา
- หากบวมมาก ผื่นลามทั่วตัว หายใจลำบาก แผลเป็นหนองหรือมีไข้ ควรพบแพทย์
การป้องกันตัวเรือด และบทบาทของที่นอนกับปลอกหุ้มที่นอน
ป้องกันตัวเรือดได้ด้วยการตรวจตะเข็บที่นอนสม่ำเสมอ ซักเครื่องนอนด้วยน้ำร้อน 60°C ขึ้นไป ระวังของมือสอง และตรวจกระเป๋าหลังเดินทาง ส่วนปลอกหุ้มที่นอนเป็นตัวช่วยกักและตรวจพบเร็ว ไม่ใช่สิ่งที่ไล่หรือฆ่าตัวเรือด
วิธีป้องกันตัวเรือด
- ซักผ้าปูที่นอนด้วยน้ำร้อน (60°C ขึ้นไป)
- ตรวจตะเข็บที่นอนและขอบเตียงทุกครั้งที่เปลี่ยนผ้าปู
- ดูดฝุ่นที่นอนและโครงเตียงสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงการซื้อเฟอร์นิเจอร์มือสองโดยไม่ตรวจสอบ
- หลังกลับจากทริป ควรซักเสื้อผ้าทันที
ที่นอนและปลอกหุ้มที่นอนช่วยอะไรได้บ้าง?
- ปลอกหุ้มที่นอนแบบซิปรอบ (Bed Bug Protector) กักตัวเรือดที่อยู่ในที่นอนไว้ด้านใน และทำให้ตัวใหม่ไม่มีตะเข็บให้ซ่อน จึงมองเห็นบนผิวปลอกได้เร็วขึ้น
- เลือกที่นอนที่มีโครงสร้างแน่น ช่องว่างน้อย ตะเข็บไม่ซับซ้อน ทำให้ตรวจและทำความสะอาดได้ง่าย
- วัสดุที่ระบายอากาศดีช่วยลดความอับชื้นซึ่งเอื้อต่อไรฝุ่น แต่ไม่มีวัสดุที่นอนชนิดใดไล่หรือฆ่าตัวเรือดได้
ข้อจำกัดที่ควรรู้คือ ปลอกหุ้มหรือที่นอนใหม่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้การระบาดจบ เพราะตัวเรือดยังซ่อนอยู่ในโครงเตียง รอยแตกผนัง และเฟอร์นิเจอร์ และอดอาหารได้นานถึง 5 เดือน (ข้อมูลจากศูนย์การแพทย์ศรีพัฒน์) หากยังมีการระบาด ควรกำจัดให้หมดก่อน แล้วใช้ปลอกหุ้มเป็นตัวช่วยเฝ้าระวังระยะยาว
ป้องกันตัวเรือดตอนเดินทางและพักโรงแรมอย่างไร?
เมื่อเข้าห้องพัก ให้วางกระเป๋าห่างจากเตียงก่อน แล้วใช้ไฟฉายตรวจตะเข็บที่นอน หัวเตียง และขอบเตียง หากพบตัวเรือด จุดดำ หรือคราบเลือด ให้ขอเปลี่ยนห้องทันที
- วางกระเป๋าบนชั้นวางกระเป๋าหรือพื้นห้องน้ำที่เป็นกระเบื้อง ห่างจากเตียงและโซฟา
- ตรวจตะเข็บที่นอน ใต้ผ้าปู หัวเตียง และรอยต่อเฟอร์นิเจอร์ก่อนแกะกระเป๋า
- ไม่วางเสื้อผ้าบนเตียงหรือโซฟา ใช้ตู้แขวน หรือเก็บไว้ในกระเป๋าที่ปิดซิป
- หากพบร่องรอย ขอเปลี่ยนห้องและหลีกเลี่ยงห้องที่อยู่ติดกัน
- กลับถึงบ้านแล้วแกะกระเป๋านอกห้องนอน ซักเสื้อผ้าทันที และอบผ้าที่ทนความร้อนได้ที่ 60°C นาน 30 นาทีตามเกณฑ์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
- ตรวจตะเข็บและช่องซิปของกระเป๋าเดินทางก่อนเก็บเข้าตู้
5 วิธีกำจัดตัวเรือดเบื้องต้นที่ใครๆ ก็ทำได้
วิธีกำจัดตัวเรือดที่ได้ผลคือใช้ความร้อนให้ถึงทั้งอุณหภูมิและระยะเวลาที่กำหนด ร่วมกับดูดฝุ่นจุดซ่อนอย่างละเอียด และเรียกบริษัทกำจัดแมลงเมื่อระบาดหนัก ตารางด้านล่างสรุปเกณฑ์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
|
วิธีใช้ความร้อน |
อุณหภูมิ |
ระยะเวลา |
|
ตู้อบผ้า |
60°C |
30 นาที |
|
ไอน้ำร้อน |
60°C |
พ่นตรงจุดที่ตัวเรือดซ่อน |
|
อบห้อง |
มากกว่า 50°C |
3 ชั่วโมง |
|
อบห้อง |
60°C |
1 ชั่วโมง |
|
ต้มผ้า |
น้ำเดือด |
10 นาทีขึ้นไป |
1. ซักผ้าด้วยน้ำร้อน
ซักผ้าปู ปลอกหมอน และผ้าห่มด้วยน้ำร้อน 60°C ขึ้นไป แล้วอบต่อตามข้อ 2 เพื่อให้สัมผัสความร้อนครบเวลา ผ้าที่ทนการต้มได้ ให้ต้มในน้ำเดือด 10 นาทีขึ้นไปตามเกณฑ์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
2. อบผ้าด้วยความร้อนสูง
อบในตู้อบผ้าที่ 60°C นาน 30 นาที (ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์) ความร้อนช่วยกำจัดไข่ที่มองไม่เห็น
3. ดูดฝุ่นอย่างละเอียด
เน้นตะเข็บที่นอน ขอบเตียง และรอยแตก จากนั้นมัดถุงเก็บฝุ่นให้แน่นแล้วนำไปทิ้งนอกบ้านทันที
4. ใช้ไอน้ำร้อน (Steam Cleaning)
ความร้อนจากไอน้ำช่วยฆ่าตัวเรือดได้ดี ใช้เครื่องที่ให้ไอน้ำร้อน 60°C ขึ้นไป พ่นช้าๆ ตามตะเข็บที่นอน ขอบเตียง และรอยต่อเฟอร์นิเจอร์
5. เรียกบริษัทกำจัดแมลง
หากระบาดหนัก ควรใช้บริการมืออาชีพ การอบห้องที่มากกว่า 50°C นาน 3 ชั่วโมง หรือ 60°C นาน 1 ชั่วโมง ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะ ดูสัญญาณที่ควรเรียกได้ในหัวข้อถัดไป
ควรเรียกบริษัทกำจัดแมลงเมื่อไร?
ควรเรียกบริษัทกำจัดแมลงเมื่อพบตัวเรือดนอกที่นอน กำจัดเองแล้วยังมีรอยกัดใหม่ หรืออยู่ในคอนโดและหอพักที่ตัวเรือดลามข้ามห้องได้ เพราะวิธีทำเองมักเข้าไม่ถึงจุดซ่อนทั้งหมด
- พบตัวเรือดหรือมูลในโครงเตียง โซฟา ผ้าม่าน หรือรอยแตกผนัง ไม่ใช่แค่ในที่นอน
- กำจัดเองแล้วยังพบรอยกัดใหม่
- อยู่ในอาคารที่มีหลายห้องติดกัน
- มีคนในบ้านแพ้รอยกัดรุนแรง หรือมีเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
บริษัทกำจัดแมลงที่ได้มาตรฐานมักใช้แนวทาง IPM (Integrated Pest Management) หรือการจัดการแมลงแบบผสมผสาน คือสำรวจหาจุดซ่อน แล้วใช้ความร้อน การดูดฝุ่น ดินเบา และสารเคมีเฉพาะจุดร่วมกัน พร้อมนัดตรวจซ้ำ เพราะตัวเรือดอดอาหารได้นานถึง 5 เดือน การทิ้งห้องว่างไว้ไม่กี่สัปดาห์จึงไม่พอ
การทิ้งที่นอนแล้วซื้อใหม่ทันทีโดยยังไม่ได้กำจัดจุดซ่อนอื่น มักทำให้ตัวเรือดกลับมาอยู่ในที่นอนใหม่ ควรจัดการการระบาดให้จบก่อนเปลี่ยนที่นอน
FAQ คำถามที่พบบ่อย
Q: ตัวเรือดบินได้ไหม?
A: ไม่ได้ ตัวเรือดไม่มีปีก แต่ปีนเก่งมาก
Q: ตัวเรือดอยู่ได้นานแค่ไหน?
A: ศูนย์การแพทย์ศรีพัฒน์ระบุว่าตัวเรือดอดอาหารได้นานถึง 5 เดือน ส่วนวงจรชีวิตทั้งหมดอยู่ที่ 45 วันถึง 1 ปี (ข้อมูลจาก Rentokil)
Q: ตัวเรือดต่างจากไรฝุ่นอย่างไร?
A: ตัวเรือดกัดและดูดเลือด ส่วนไรฝุ่นไม่กัด แต่กระตุ้นภูมิแพ้
Q: ตัวเรือดตายที่อุณหภูมิเท่าไหร่?
A: กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุว่าต้องใช้ความร้อนคู่กับเวลา เช่น ตู้อบผ้า 60°C นาน 30 นาที อบห้องมากกว่า 50°C นาน 3 ชั่วโมง หรือ 60°C นาน 1 ชั่วโมง และต้มในน้ำเดือด 10 นาทีขึ้นไป
Q: ตัวเรือดกัดบ่อยแค่ไหน?
A: ตัวเรือดหนึ่งตัวดูดเลือดทุก 5-10 วัน (ข้อมูลจากศูนย์การแพทย์ศรีพัฒน์)
Q: ตัวเรือดแพร่โรคได้ไหม?
A: ยังไม่พบว่าตัวเรือดเป็นพาหะนำโรคสำคัญ แต่การเการอยกัดอาจทำให้แผลติดเชื้อ และการถูกกัดซ้ำรบกวนการนอน
Q: สเปรย์กำจัดแมลงทั่วไปใช้ได้ไหม?
A: อาจช่วยได้บางส่วน แต่ไข่ตัวเรือดมักทนทาน ควรใช้วิธีร่วมกันหลายแบบ
Q: เปลี่ยนที่นอนใหม่หรือใช้ปลอกหุ้มแล้ว ตัวเรือดจะหายไหม?
A: ไม่หายด้วยวิธีนี้อย่างเดียว เพราะตัวเรือดซ่อนอยู่ในโครงเตียง ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ด้วย ต้องกำจัดทั้งห้องก่อน แล้วใช้ปลอกหุ้มที่นอนเป็นตัวช่วยกักและตรวจพบเร็ว
สรุป
ตัวเรือด (Bed Bug) คือแมลงตัวเล็กที่สร้างปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะบนที่นอนและเตียง หากปล่อยไว้สามารถขยายพันธุ์ได้รวดเร็วและรบกวนการนอนอย่างหนัก
ตัวเลขที่ควรจำคือ ตัวเต็มวัยยาว 5-7 มม. อดอาหารได้นานถึง 5 เดือน และความร้อนที่ใช้กำจัดต้องมาพร้อมเวลา เช่น อบผ้า 60°C นาน 30 นาที ตามเกณฑ์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
การรู้จักลักษณะตัวเรือด วิธีเช็ค และวิธีกำจัดตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความเสียหายได้มาก ส่วนปลอกหุ้มที่นอนแบบซิปรอบเป็นตัวช่วยกักและตรวจพบตัวเรือดได้เร็ว เหมาะใช้ร่วมกับการกำจัดจุดซ่อนอื่นและการตรวจตะเข็บที่นอนสม่ำเสมอ
หากรอยกัดบวมมาก ผื่นลามทั่วตัว หายใจลำบาก หรือแผลเป็นหนองร่วมกับมีไข้ ควรพบแพทย์ และหากระบาดหนักควรเรียกบริษัทกำจัดแมลงที่ใช้แนวทาง IPM
อย่าปล่อยให้แมลงตัวเล็กๆ ทำลายคุณภาพการนอนของคุณ
เลือกที่นอนที่สะอาด ปลอดภัย และออกแบบมาเพื่อสุขภาพที่ดีในทุกคืน



แบรนด์ชั้นนำ
สินค้าขายดี
ค้นหาสาขา
ลงทะเบียนรับประกัน
