ที่นอนแบ่งความนุ่มแน่นออกเป็น 3 ระดับหลัก คือ นุ่ม แน่น และสมดุล ต่างกันที่ระดับการยุบตัวและการรองรับกระดูกสันหลัง คนนอนตะแคงเหมาะกับระดับนุ่ม คนนอนคว่ำเหมาะกับระดับแน่น ส่วนคนนอนหงายและคนส่วนใหญ่เหมาะกับระดับสมดุล
Key Highlights
- เลือกความนุ่มแน่นจากท่านอนและน้ำหนักตัวเป็นหลัก ไม่ใช่จากความชอบอย่างเดียว
- ระดับสมดุลหรือแน่นกำลังดีคือระดับที่คนส่วนใหญ่เข้ากันได้ง่ายที่สุด
- ที่นอนนุ่มเกินไปทำให้สะโพกจมและปวดหลังส่วนล่าง ส่วนแน่นเกินไปทำให้ไหล่และสะโพกกดทับ
- ถ้าที่นอนเดิมยังสภาพดีแต่แน่นเกินไป เพิ่มท็อปเปอร์ช่วยปรับสัมผัสได้โดยไม่ต้องซื้อใหม่

ระดับความนุ่มแน่นของที่นอน มีกี่แบบ
โดยระดับความนุ่มแน่นของที่นอน มี 3 แบบ มีความแตกต่างกัน ดังนี้
ที่นอนแบบนุ่ม (Soft)
- มีความยืดหยุ่นสูง และคืนตัวได้ดี
- เมื่อคุณนอนลง จะสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของที่นอน
- ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ บริเวณข้อ และหลังส่วนล่างได้ดี
- เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีรูปร่างขนาดเล็ก
- เหมาะสำหรับคนที่มักใช้ท่านอนตะเแคงซ้าย และตะแคงขวา
ที่นอนแบบแน่น (Firm)
- ช่วยทำให้ร่างกายไม่จมลงในขณะนอนหลับ ป้องกันการยุบตัว
- เมื่อคุณนอนลง จะสัมผัสได้ถึงระดับความแน่นของที่นอน
- ช่วยปรับตำแหน่งกลางของกระดูกสันหลัง ให้มีความคงที่
- เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีรูปร่างขนาดใหญ่
- เหมาะสำหรับคนที่มักใช้ท่านอนคว่ำหน้า
ที่นอนแบบสมดุล (Medium Firm)
- ช่วยปรับสมดุล และส่วนเว้าโค้งของร่างกายได้ดี
- สัมผัสความนุ่มสบาย บนความแน่นกำลังดี
- ช่วยกระชับทุกสัดส่วนของร่างกาย ช่วยทำให้ไม่ปวดหลัง
- เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีรูปร่างขนาดสมส่วน
- เหมาะสำหรับคนที่มักใช้ท่านอนหงาย
สรุปให้เห็นภาพชัดขึ้นในตารางเดียว
|
ระดับความนุ่มแน่น |
สัมผัสตอนนอน |
เหมาะกับท่านอน |
เหมาะกับรูปร่าง |
|
นุ่ม (Soft) |
ยืดหยุ่นสูง โอบรับส่วนเว้าโค้ง |
นอนตะแคง |
รูปร่างเล็ก |
|
สมดุล (Medium Firm) |
นุ่มสบายบนความแน่นกำลังดี |
นอนหงาย |
รูปร่างสมส่วน |
|
แน่น (Firm) |
รองรับมั่นคง ตัวไม่จม |
นอนคว่ำ |
รูปร่างใหญ่ |
วิธีเลือกระดับความนุ่มแน่นของที่นอน
สำหรับวิธีการเลือกระดับความนุ่มแน่นของที่นอน นอกจากจะเลือกจากความชอบโดยส่วนตัวแล้ว เรายังสามารถเลือกได้จากท่าทางการนอน และลักษณะของร่างกายต่างๆ ดังนี้
เลือกตามท่านอน
- นอนตะแคง (Side Sleeper)
เหมาะสำหรับที่นอนระดับนุ่มกำลังดี น้ำหนักของตัวจะไม่ไปกดทับกับตัวของที่นอน เพราะที่นอนแบบนุ่มจะมีความยืดหยุ่นสูง สัมผัสและโอบรับกับร่างกายของคุณได้อย่างเหมาะสม เข้ากับส่วนโค้งเว้าได้ดี ทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และนอนหลับสบายมากขึ้น
- นอนหงาย (Back Sleeper)
เหมาะสำหรับที่นอนระดับแน่นสบาย หรือระดับสมดุลลงตัว ที่นอนแบบแน่นสบายจะช่วยลดอาการปวดหลัง ปวดเมื่อยขณะนอนหลับ เพราะที่นอนจะรองรับแผ่นหลัง สะโพก รวมไปถึงบริเวณต้นขา มีความคงทน และมีผิวสัมผัสแน่นสบาย แต่คงไว้ซึ่งความนุ่มนวลในทุกการเคลื่อนไหว
- นอนคว่ำ (Stomach Sleeper)
เหมาะสำหรับที่นอนระดับแน่น เพราะที่นอนแบบแน่นจะช่วยรองรับน้ำหนัก มีแรงคืนตัว ไม่ทำให้ร่างกายของเราจมไปกับที่นอน ถึงแม้การนอนคว่ำหน้าจะเป็นท่านอนที่ไม่ควรแนะนำ แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจใช้หมอนรองใต้หน้าอก เพื่อลดอาการปวดเมื่อยได้
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าท่านอนประจำของตัวเองส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร อ่านเทียบทุกท่าได้ที่ ท่านอนที่ถูกต้อง นอนตะแคง หงาย คว่ำ แบบไหนดีต่อสุขภาพ

เลือกตามลักษณะร่างกายและน้ำหนักตัว
- ร่างกายขนาดเล็ก
คนรูปร่างเล็กจะเหมาะกับที่นอนแบบนุ่มสบาย เพราะสามารถรองรับน้ำหนักตัวของคุณได้อย่างนุ่มนวล ช่วยให้คุณนอนหลับสบาย อีกทั้งยังรองรับส่วนเว้าโค้งของสรีระร่างกายได้เป็นอย่างดี มีความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ และกระดูกสันหลังให้เป็นปกติ
- ร่างกายขนาดมาตรฐาน
คนรูปร่างมาตรฐานจะเหมาะกับที่นอนแบบแน่นสบาย หรือสมดุลลงตัว จะมีผิวสัมผัสแรกที่แน่นสบาย บนความนุ่มกำลังดี สามารถโอบรับทุกสัดส่วนได้อย่างลงตัว พร้อมรักษาสมดุลของกระดูกสันหลัง และลดแรงกดทับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ร่างกายขนาดใหญ่
คนรูปร่างใหญ่จะเหมาะกับที่นอนแบบแน่นสบาย หรือสมดุลลงตัวเช่นกันกับคนที่มีรูปร่างขนาดมาตรฐาน เพราะมีการแบ่งพื้นที่ในการกระจายน้ำหนัก ช่วยสลายแรงกดทับบนร่างกายได้ดี ไม่ทำให้ร่างกายจมลงไปกับที่นอน การเลือกที่นอนแบบนุ่มจึงอาจจะไม่เหมาะกับคนที่มีรูปร่างขนาดใหญ่ เพราะอาจจะทำให้ที่นอนยุบตัว ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังได้
จากข้างต้นจะเห็นได้ว่า ที่นอนแบบนุ่มกับที่นอนแบบแน่น จะคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ทั้งนี้การเลือกระดับความนุ่มแน่นของที่นอนก็ขึ้นอยู่กับลักษณะท่านอนและสรีระร่างกายคุณด้วย การเลือกที่นอนให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะมีผลต่อสุขภาพของคุณโดยตรง หากเลือกที่นอนให้พอดีกับตัวจะโอบรับร่างกายได้ลงตัว เข้ากับส่วนโค้งเว้าได้ดี ทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และนอนหลับสบายมากขึ้น

วัสดุที่นอนกับความนุ่มแน่น สปริง ยางพารา และเมมโมรีโฟม ต่างกันอย่างไร
ระดับความนุ่มแน่นเท่ากันแต่คนละวัสดุ ให้ความรู้สึกตอนนอนไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละวัสดุคืนตัวและกระจายแรงกดคนละแบบ
ที่นอนสปริงและพ็อกเก็ตสปริง
ให้สัมผัสเด้ง คืนตัวไว ระบายอากาศดี เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความรู้สึกจม โดยพ็อกเก็ตสปริงจะลดแรงสั่นสะเทือนเวลาคู่นอนพลิกตัวได้ดีกว่า
ที่นอนยางพารา
รองรับเป็นจุดต่อจุด คืนตัวเร็ว ให้ความรู้สึกแน่นแบบยืดหยุ่น เหมาะกับคนที่ต้องการการพยุงมั่นคงแต่ยังไม่แข็งกระด้าง
ที่นอนเมมโมรีโฟม
ยุบตามรูปร่างและคืนตัวช้า ให้ความรู้สึกโอบรับมากที่สุด เหมาะกับคนนอนตะแคงและคนที่ต้องการลดแรงกดทับบริเวณไหล่และสะโพก
ความต่างระหว่าง ที่นอนสปริงกับที่นอนยางพารา จึงไม่ได้อยู่ที่ระดับความนุ่มแน่นอย่างเดียว แต่อยู่ที่ลักษณะการคืนตัวและการระบายอากาศด้วย
ที่นอนนุ่มหรือแน่น แบบไหนช่วยเรื่องปวดหลัง
หัวใจของการลดอาการปวดหลังคือการรักษาแนวกระดูกสันหลังให้ตรงขณะนอน ไม่ใช่การเลือกที่นอนแข็งที่สุด
- ที่นอนนุ่มเกินไป สะโพกจะจมลงมากกว่าไหล่ ทำให้หลังส่วนล่างแอ่นและตื่นมาปวด
- ที่นอนแน่นเกินไป ไหล่และสะโพกจะรับแรงกดทับเต็มที่ ทำให้ชาและพลิกตัวบ่อย
ระดับสมดุลหรือแน่นกำลังดีจึงเป็นจุดที่คนปวดหลังส่วนใหญ่เข้ากันได้ เพราะรองรับได้มั่นคงแต่ยังโอบรับส่วนเว้าโค้ง
ถ้ามีอาการปวดหลังเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดร่วมด้วย ควบคู่กับการเลือก ที่นอนเพื่อสุขภาพสำหรับคนปวดหลัง ให้เหมาะกับอาการเฉพาะบุคคล
ที่นอนแน่นหรือนุ่มเกินไป แก้ได้ด้วยท็อปเปอร์
ถ้าที่นอนยังไม่หมดอายุแต่รู้สึกว่าสัมผัสไม่ถูกใจ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งผืนเสมอไป
ที่นอนแน่นเกินไป เพิ่มท็อปเปอร์ยางพาราหรือเมมโมรีโฟม จะช่วยลดแรงกดทับบริเวณไหล่และสะโพก
ที่นอนนุ่มจนตัวจม การเพิ่มท็อปเปอร์จะไม่ช่วย ควรเปลี่ยนที่นอนใหม่เพราะปัญหาอยู่ที่ชั้นรองรับด้านล่าง
ดูความหนาและวัสดุของ ท็อปเปอร์ ทุกรุ่นเพื่อเลือกให้ตรงกับปัญหาที่เจอ
ระดับความนุ่มแน่นมีผลต่อสุขภาพการนอนอย่างไร
อย่างไรก็ตาม การเลือกที่นอนแบบนุ่มมากเกินไปหรือที่นอนแบบแน่นมากเกินไป ก็อาจจะส่งผลให้คุณรู้สึกปวดเมื่อยได้เช่นกัน ดังนั้นการเลือกที่นอนที่ดีควรอยู่ในระดับสมดุลกับร่างกายของคุณ จะช่วยปรับให้ร่างกายอยู่ในตำแหน่งสมดุล กระดูกสันหลังของคุณก็จะจัดให้อยู่ในแนวโค้งเล็กน้อยตามธรรมชาติ สามารถผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ลดแรงกดทับทุกสัดส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้นก่อนการเลือกซื้อที่นอนจึงควรทดลองนอนก่อน เพราะจะได้รู้ว่าสรีระร่างกายของคุณสามารถตอบโจทย์ที่นอนแบบนุ่มหรือที่นอนแบบแน่นมากกว่ากัน นอกจากจะทำให้คุณนอนหลับสบายแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณในระยะยาวอีกด้วย
ที่นอนแนะนำจาก Mattress City ตามระดับความนุ่มแน่น

ที่นอน Lotus รุ่น Marshall Deluxe II (ระดับนุ่มกำลังดี)

ที่นอน Lotus รุ่น Royal California (ระดับแน่นสบาย)

ที่นอน Lotus รุ่น Modica (ระดับสมดุลลงตัว)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความนุ่มแน่นของที่นอน
Q: ที่นอนนุ่มหรือแน่นดีกว่ากัน
ไม่มีแบบไหนดีกว่าแบบเดียวสำหรับทุกคน คนนอนตะแคงและรูปร่างเล็กเหมาะกับระดับนุ่ม คนนอนคว่ำและรูปร่างใหญ่เหมาะกับระดับแน่น ส่วนคนนอนหงายและคนส่วนใหญ่เหมาะกับระดับสมดุล
Q: ที่นอนแข็งช่วยแก้ปวดหลังจริงไหม
ไม่เสมอไป สิ่งที่ช่วยคือการรักษาแนวกระดูกสันหลังให้ตรง ที่นอนแข็งเกินไปทำให้ไหล่และสะโพกกดทับจนปวดได้เหมือนกัน ระดับสมดุลถึงแน่นกำลังดีมักตอบโจทย์มากกว่า
Q: น้ำหนักตัวมากควรเลือกที่นอนแบบไหน
ควรเลือกระดับแน่นสบายถึงสมดุล และดูโครงสร้างที่รองรับได้มั่นคง เพราะที่นอนที่ยุบง่ายจะทำให้กลางที่นอนแอ่นเร็วและนอนแล้วปวดหลัง
Q: ลองนอนที่ร้านนานแค่ไหนถึงจะรู้ว่าเหมาะ
ควรลองนอนอย่างน้อย 10 ถึง 15 นาทีในท่านอนที่ใช้จริงเป็นประจำ ไม่ใช่แค่นั่งกดด้วยมือ เพราะสัมผัสจากมือกับจากน้ำหนักตัวทั้งตัวต่างกันมาก
Q: ที่นอนนุ่มลงเมื่อใช้ไปนานๆ ปกติไหม
เป็นเรื่องปกติที่วัสดุจะนุ่มลงเล็กน้อยในช่วงแรก แต่ถ้ายุบเป็นแอ่งจนเห็นชัดหรือนอนแล้วปวดหลังทุกเช้า แปลว่าถึงเวลาเปลี่ยนที่นอนแล้ว
สนใจสั่งซื้อที่นอนตามระดับความนุ่มแน่นกับ Mattress City
เลือกที่นอนได้ครบทุกระดับความนุ่มแน่น ทั้งที่นอนสปริง ที่นอนยางพารา และเมมโมรีโฟม พร้อมท็อปเปอร์สำหรับปรับสัมผัส ทดลองนอนจริงได้ที่สาขา Mattress City ทั่วประเทศ
เยี่ยมชมสินค้าประเภท ที่นอน
เยี่ยมชมสินค้าประเภท ที่นอนยางพารา
เยี่ยมชมสินค้าประเภท ท็อปเปอร์
หรือติดต่อฝ่ายขายและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เบอร์โทร: 062-246-2494 หรือ 1497
Line Official ID: @mattresscity



แบรนด์ชั้นนำ
สินค้าขายดี
ค้นหาสาขา
ลงทะเบียนรับประกัน