การนอนงีบ คือ การนอนหลับในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพื่อชดเชยเวลานอนไม่เพียงพอ โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้น เมื่อคุณรู้สึกง่วงระหว่างเวลาตื่น และการนอนงีบจะช่วยเพิ่มพลังให้กับสมอง และระบบภายในร่างกายของเรา ก็จะกลับมาเป็นปกติ ถึงแม้การนอนงีบจะอยู่ในช่วงเวลาระยะเวลาสั้น แต่ก็ส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณได้มากเลยทีเดียว
โดย Sleep Coach หรือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอน ได้เปิดเผยว่า ช่วงระยะเวลาของการนอนหลับ จะมีผลต่อสุขภาพ ทั้งด้านสมองและร่างกาย สามารถทำให้คุณรู้สึกตื่นตัวได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดความตึงเครียด ทำให้จิตใจสดชื่นแจ่มใส นอกจากนี้ระบบร่างกายของคุณก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งบางคนอาจจะงีบหลับเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น แต่สำหรับบางคนก็อาจจะนอนหลับลึกหลายนาทีเลยก็ได้ หรือเรียกอีกอย่างว่า "หลับลึก" โดยระยะเวลาของการนอนงีบในแต่ละช่วง จะมีผลต่อร่างกายที่ต่างกันอีกด้วย
การนอนงีบส่งผลต่อร่างกายต่างกันตามระยะเวลา งีบ 10 ถึง 20 นาทีช่วยให้ตื่นตัวโดยไม่มึนหัว งีบ 30 นาทีมักตื่นกลางช่วงหลับลึกจึงรู้สึกงัวเงีย ส่วน 60 และ 90 นาทีช่วยเรื่องความจำและการพักผ่อนที่สมบูรณ์ขึ้น
Key Highlights
- งีบ 10 ถึง 20 นาที คือช่วงที่คุ้มที่สุดสำหรับคนทำงาน ตื่นมาสดชื่นทันที
- งีบ 30 นาที มักทำให้มึนงงเพราะตื่นกลางช่วงหลับลึก
- งีบ 90 นาที เท่ากับหนึ่งวงจรการนอนเต็ม ตื่นมาไม่งัวเงียและช่วยเรื่องอารมณ์
- ควรงีบก่อนบ่ายสามโมง เพื่อไม่ให้กระทบการนอนกลางคืน

ประเภทของการนอนงีบ
Planned napping
เป็นการนอนงีบก่อนที่จะเข้าสู่การนอนหลับจริงๆ โดยการก่อนเข้านอนจะช้าหรือเร็วนั้น ก็ขึ้นอยู่กับกลไกของสมอง และความเหนื่อยล้าของร่างกาย
Emergency napping
หากร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้ามาก เราจะรู้สึกง่วงเพลียและหมดสติไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งการนอนงีบประเภทนี้ไม่ใช่การหลับเพื่อสุขภาพที่ดี เเต่เกิดขึ้นจากร่างกายอ่อนล้า และเหน็ดเหนื่อยจากการใช้พลังงานมากเกินไป
Habitual napping
เป็นพฤติกรรมที่ปฏิบัติสม่ำเสมอของการนอนงีบของแต่ละคนในแต่ละวัน โดยจะมีช่วงเวลาเดียวกัน สำหรับวัยเด็กจะใช้เวลาในการนอนงีบประมาณช่วงบ่าย ส่วนวัยผู้ใหญ่มักจะใช้เวลานอนงีบช่วงสั้น ๆ หลังมื้ออาหารในแต่ละวัน
ช่วงระยะเวลาของการนอนงีบ งีบกี่นาทีดีที่สุด

|
ระยะเวลา |
สิ่งที่ร่างกายได้รับ |
เหมาะกับ |
|
10 ถึง 20 นาที |
ตื่นตัว สดชื่น ไม่มึนหัว เพราะยังอยู่ในช่วงหลับตื้น |
คนที่ต้องตื่นมาทำงานต่อทันที |
|
30 นาที |
มักตื่นกลางช่วงเริ่มหลับลึก ทำให้งัวเงีย |
ไม่แนะนำถ้ามีเวลาจำกัด |
|
60 นาที |
เข้าสู่ช่วงหลับลึก ช่วยเรื่องความจำ |
คนอ่านหนังสือสอบหรือทำงานที่ใช้ความจำ |
|
90 นาที |
ครบหนึ่งวงจรการนอน ตื่นมาไม่งัวเงีย |
คนที่มีเวลาและอดนอนมาทั้งคืน |
1. งีบ 10 ถึง 20 นาที
เป็นระยะเวลานอนที่ช่วยเพิ่มพลังงาน และสร้างความสดชื่นให้กับร่างกาย เพราะเพียงแค่เวลา 10 - 20 นาที จะทำให้การนอนของเราอยู่ในช่วง non-rapid eye movement (NREM)
การนอนในช่วงระยะเวลานี้ จะเหมาะกับคนที่ต้องการตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่า กระฉับกระเฉง สมองปลอดโปร่ง หรือสามารถตื่นขึ้นมาทำกิจกรรมได้หลายอย่าง โดยไม่ค่อยเกิดอาการมึนงง เช่น การนอนงีบเมื่อรอเวลาออกเดินทาง หรือรอใครสักคน เป็นต้น หากคุณตื่นขึ้นมาแล้ว ก็จะสามารถทำกิจกรรมนั้นต่อเนื่องได้ทันที จึงเรียกการนอนงีบในช่วงเวลานี้ กันว่า "Power nap" เป็นพลังของการนอนงีบ ที่ช่วยฟื้นฟูความอ่อนล้าให้กับร่างกาย
2. งีบ 30 นาที
การนอนช่วงระยะเวลาครึ่งชั่วโมง มักจะส่งผลไม่ค่อยดีต่อระบบร่างกาย ซึ่งนักวิจัยหลายท่านระบุไว้ว่า หากเรานอนในช่วงระยะเวลานี้ หลังจากตื่นขึ้นมาแล้ว จะมีอาการมึนงง ร่างกายยังคงง่วงอยู่ หรือบางคนอาจจะรู้สึกปวดหัวเล็กน้อยด้วย เพียงแค่เพิ่มขึ้นมา 10 นาทีเท่านั้น ก็เห็นผลที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
3. งีบ 60 นาที
หากคุณเลือกนอนงีบสักประมาณ 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง จะช่วยส่งผลต่อระบบความจำของคุณหลังจากตื่นขึ้นมา ทำให้สามารถจดจำแหล่งข้อมูลต่างๆได้ดีขึ้น การนอนด้วยเวลาเท่านี้จะทำให้สมองอยู่ในขั้น "slow-wave sleep" ก็คือ การหลับลึกในระดับนึง จนปล่อยให้เวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที อาการเหล่านั้นจึงจะหายไป จึงเหมาะสำหรับคนที่ทำงานหนัก หรืออ่านหนังสือสอบจนร่างกายอ่อนเพลีย
4. งีบ 90 นาที
ช่วงนี้เป็นระยะเวลาการนอนที่สมองและร่างกายได้พักผ่อนอย่างสมบูรณ์แบบ จึงทำให้เริ่มเข้าสู่ความฝัน สร้างความคิดและจินตานาการอย่างเต็มที่ หรืออยู่ในช่วง REM stage (Rapid Eye movement) จะช่วยทำให้สมองของเราได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ หลังจากคุณตื่นขึ้นมาแล้วจะอารมณ์ดี และมีความทรงจำแม่นยำขึ้น การนอนในช่วงนี้เท่านั้น จะช่วยทำให้คุณรู้สึกไม่ง่วงซึมหลังจากตื่นนอน
วงจรการนอนหลับ NREM และ REM เกี่ยวกับการงีบอย่างไร
การนอนหนึ่งวงจรใช้เวลาราว 90 นาที ไล่จากหลับตื้นไปหลับลึก แล้วจบที่ช่วงฝันหรือ REM การงีบให้ได้ผลจึงไม่ใช่แค่นอนนาน แต่คือการตื่นให้ถูกจังหวะของวงจร
- ช่วงหลับตื้น NREM ระยะ 1 และ 2 ร่างกายเริ่มผ่อนคลาย ตื่นง่ายและไม่งัวเงีย
- ช่วงหลับลึก NREM ระยะ 3 ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง ถ้าถูกปลุกช่วงนี้จะมึนหัวที่สุด
- ช่วง REM สมองจัดระเบียบความจำและอารมณ์ มักมาถึงเมื่อผ่านไปราว 90 นาที
นี่คือเหตุผลที่การงีบ 20 นาทีกับ 90 นาทีให้ผลต่างกันชัดเจน โดยเฉพาะช่วง REM Sleep ที่สมองใช้จัดระเบียบความจำและอารมณ์
ทำไมตื่นจากงีบแล้วมึนหัว รู้จักภาวะ Sleep Inertia
อาการงัวเงียหลังตื่นเรียกว่า Sleep Inertia เกิดจากการถูกปลุกขณะอยู่ในช่วงหลับลึก สมองยังไม่กลับมาทำงานเต็มที่ จึงรู้สึกมึนและคิดช้าอยู่พักหนึ่ง
วิธีลดอาการมึนหลังงีบ ให้จำกัดเวลางีบไว้ที่ 20 นาที หรือขยายไปเลยที่ 90 นาที
ตั้งนาฬิกาปลุกทุกครั้ง อย่าปล่อยให้หลับยาวโดยไม่ตั้งใจ
ดื่มน้ำหลังตื่นและเปิดรับแสงสว่างสักครู่ ช่วยให้ร่างกายกลับมาตื่นตัวเร็วขึ้น
นอนในท่าที่คอไม่พับ เพราะท่าที่ผิดทำให้หายใจไม่สะดวกและปวดหัวหลังตื่น
ควรงีบตอนไหนของวัน ไม่ให้กระทบการนอนกลางคืน
ช่วงที่ร่างกายง่วงตามธรรมชาติคือหลังมื้อกลางวัน ประมาณบ่ายโมงถึงบ่ายสามโมง เป็นจังหวะที่งีบแล้วได้ผลดีที่สุด
เลี่ยงการงีบหลังบ่ายสามโมง เพราะจะทำให้หลับยากในตอนกลางคืน
เลี่ยงการงีบนานเกิน 30 นาทีในวันที่ต้องเข้านอนเร็ว
คนทำงานเป็นกะควรงีบสั้นก่อนเข้ากะ แทนการงีบยาวหลังเลิกกะ
ถ้าต้องงีบทุกวันเพราะกลางคืนนอนไม่พอ ให้ย้อนไปแก้ที่ต้นเหตุก่อน โดยเทียบกับ จำนวนชั่วโมงนอนที่เหมาะกับแต่ละช่วงวัย ส่วนรายละเอียดเรื่องจำนวนนาทีโดยเฉพาะ สรุปไว้ใน งีบกี่นาทีถึงจะดี
สรุปความสำคัญของการนอนหลับ

การนอนหลับ เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อระบบภายในร่างกาย ซึ่งภาวะของการอดนอน หรือนอนหลับไม่เพียงพอ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ และเกิดโรคร้ายแรงตามมาภายหลังได้ เราจึงต้องมีการนอนงีบระหว่างวันในช่วงระยะเวลาที่พอเหมาะ จะสามารถช่วยเพิ่มอารมณ์ ความตื่นตัว และประสิทธิภาพของการทำงานได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการนอนงีบจึงเป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ระบบย่อยอาหารดีขึ้น และมีการหลั่งของฮอร์โมนที่เร่งการเติบโต สามารถสร้างความรู้สึกตื่นตัว และเพิ่มความจำของสมองมากขึ้น เมื่อเทียบกับการไม่ได้นอนงีบเลย
10 เคล็ดลับการนอนงีบให้ได้ผลที่สุด
การนอนงีบในตอนกลางวันถึงแม้จะเพียงแค่ 10-20 นาที ก็สามารถช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นได้มากขึ้นเลยทีเดียว เพราะช่วงเวลานี้ จะช่วยทำให้ร่างกายของคุณกลับเข้าสูโหมดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการทำงานของระบบสมอง ความคิดสร้างสรรค์ และประโยชน์ด้านอื่นๆอีกมากมาย ดังนั้น เราจึงมีเคล็ดลับของการนอนงีบที่ดี ที่จะช่วยทำให้การพักผ่อนของคุณเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้น

1. การวิเคราะห์ตารางการนอนของคุณ
ก่อนที่คุณจะเลือกช่วงเวลานอนงีบ คุณควรจะวิเคราะห์ตารางการนอนของคุณก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการงีบหลับขึ้นอยู่กับว่าคุณตื่นขึ้นมาเมื่อใด ตัวอย่าง เช่น สำหรับคนที่ตื่นตอนพระอาทิตย์ขึ้นเวลาสักประมาณตีห้า ควรจะงีบตอนบ่ายโมง ขณะที่คนที่ตื่นตอนเก้าโมงเช้า ไม่ควรจะงีบหลับจนกว่าจะถึงบ่ายสามโมง หากคุณศึกษาช่วงเวลาการนอนแล้ว ก็จะทำให้คุณได้ช่วงเวลาสำหรับการนอนงีบที่ดีที่สุด
2. การเลือกช่วงกลางวัน
หากคุณรู้สึกเหนื่อยล้า หรืออ่อนเพลีย สามารถเลือกนอนงีบในช่วงสั้นๆตอนกลางวันได้ จะเป็นการดีต่อระบบสมองและร่างกายของคุณ อีกทั้งยังทำให้คุณไม่รู้สึกง่วงในช่วงตอนบ่ายอีกด้วย เช่นเดียวกับการดื่มกาแฟ ที่จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวมากยิ่งขึ้น
3. นอนหลับให้เพียงพอ
การอดนอนตลอดทั้งคืนไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อร่างกายของคุณ ถ้าหากคุณกำลังอยู่ในภาวะที่กำลังอดนอน การนอนงีบหลับอาจจะทางเลือกที่ดีให้กับคุณได้ จากการวิจัยพบว่าการนอนงีบหลับยาว ประมาณชั่วโมงหรือมากกว่านั้น จะสามารถช่วยทำให้คุณรู้สึกมีชีวิตชีวาได้ถึง 24 ชั่วโมง นอกจากนี้การนอนงีบยังช่วยลดผลกระทบจากการอดนอนได้ดีอีกด้วย
4. ความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
หากคุณนอนหลับตอนกลางคืนเพียงแค่ 6 – 7 ชั่วโมง ก็สามารถทำให้คุณร่างกายของคุณอ่อนเพลีย และเกิดความง่วงได้ เมื่อเทียบกับคนที่นอน 8 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามการงีบหลับสัก 10-20 นาที จะช่วยทำให้คุณรู้สึกสดชื่นได้มากยิ่งขึ้น และช่วยป้องกันการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก หรือวัยรุ่นจะงีบหลับได้อย่างรวดเร็ว

5. การทำงานช่วงกลางคืน
คนที่มีการทำงานเป็นกะ คือ ไม่ได้ทำงานแบบคนทั่วไปที่เข้างาน 9 โมงเช้า เลิกงาน 5 โมงเย็น นั้นสามารถได้ประโยชน์จากการงีบหลับได้ด้วย การศึกษาที่เกี่ยวกับคนทำงานกลางคืนพบว่า การงีบหลับในตอนเย็นจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด จะทำให้คุณรู้สึกตื่นตัวแทนการดื่มกาแฟ หรือเครื่องดื่มจำพวกคาเฟอีนได้ดีเช่นกัน
6. เวลาที่เหมาะสม
จากการศึกษาและทดสอบจากนักวิจัยหลายท่าน เราควรเลือกใช้ช่วงเวลาของการนอนงีบในระหว่าง 10-20 นาที จะเป็นเวลาที่ดีที่สุด หากการนอนหลับนานเกินไปจะทำให้เกิดผลกระทบได้ คือ จะทำให้รู้สึกไม่ชีวิตชีวาหรือจะอยู่ในอาการมึนงง และมีประสิทธิภาพในการทำงานลดลง การเลือกใช้ช่วงเวลาที่เหมาะสมก็มีผลต่อระบบร่างกายและสมองของคุณได้
7. การตั้งปลุก
การตั้งนาฬิกาปลุกมีประโยชน์มากสำหรับการนอนงีบ หากคุณกังวลว่าตัวเองจะตื่นขึ้นมาตอนไหน และช่วงเวลาประมาณไหนตื่นแล้วจะรู้สึกสดชื่น ดังนั้น การตั้งนาฬิกาปลุกจะช่วยลดความกดดันเรื่องนี้ลง และทำให้การนอนของคุณเป็นไปอย่างลงตัว
8. ไม่ควรอดนอน
ถึงแม้การนอนงีบ จะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนอดนอน แต่หากคุณเลือกใช้วิธีงีบหลับ และต้องมาอดนอน มันไม่ใช่ทางออกที่ดีสำหรับคุณ จะส่งผลเสียต่อระบบร่างกายของคุณอีกด้วย ดังนั้น เราควรจะนอนหลับให้เพียงพอในแต่ละวัน ไม่อดนอนในตอนกลางคืน และควรนอนให้ตรวต่อเวลาทุกคืน ก็จะช่วยให้คุณได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ
9. การนั่งสมาธิ
การนั่งสมาธิ จะช่วยฝึกให้ร่างกายและจิตใจของคุณสงบลง เกิดความรู้สึกตัวหรือมีสติในการใช้ชีวิต สามารถลดความเครียด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนและการทำงานได้ดีมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยบรรเทาโรคต่างๆได้ดีอีกด้วย เช่น โรคซึมเศร้า โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเครียด เป็นต้น การฝึกวิธีนี้จะช่วยให้ร่างกายและจิตใจได้ปรับเข้าสู่สภาวะของการพักผ่อนอย่างเต็มที่
10. การหาที่นอนที่ดี
การเลือกที่นอนที่ดี จะช่วยทำให้คุณได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ และตื่นเช้าขึ้นมาพร้อมกับความสดชื่นในแต่ละวัน สามารถรองรับสรีระร่างกาย และช่วยลดอาการปวดเมื่อยขณะนอนงีบหรือนอนหลับของคุณ ซึ่งระบบโครงสร้างของที่นอน ควรโอบรับความโค้งเว้าของร่างกายคุณได้อย่างพอดี สิ่งเหล่านี้ก็เป็นปัจจัยที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อของเราผ่อนคลาย หลับได้สบายยิ่งขึ้น เพื่อสุขภาพการนอนที่ดีของคุณในระยะยาว
ที่นอนที่ยวบเกินไปทำให้งีบสั้นๆ แล้วปวดหลัง ส่วนที่นอนที่ระบายความร้อนไม่ดีจะทำให้งีบกลางวันแล้วเหงื่อออก ลองเทียบ ความนุ่มแน่นของที่นอนแต่ละระดับ และดู ที่นอนเย็นสำหรับคนขี้ร้อน ก่อนตัดสินใจ
ที่นอนแนะนำจาก Mattress City สำหรับการงีบและการนอนกลางคืน
อีกหนึ่งทางเลือกใหม่ ที่ทำให้การพักผ่อนของคุณเป็นช่วงเวลาที่พิเศษกว่าเดิม พร้อมให้คุณทิ้งความเหนื่อยล้าไปกับการนอนหลับอย่างแท้จริง หรือเหมาะสำหรับผู้ต้องการนอนงีบระหว่างวัน
Mattress City จึงได้รวบรวมหลากหลายที่นอนคุณภาพที่เหมาะสมกับสรีระของแต่ละคน เพื่อให้คุณได้เลือกที่นอนให้ตรงกับความต้องการมากที่สุด เพราะที่นอนเป็นเฟอร์นิเจอร์ในบ้านชิ้นสำคัญ มีส่วนช่วยให้คุณได้พักผ่อน และหลับสบายได้อย่างแท้จริง

ที่นอน Lotus รุ่น O-Season I

ที่นอน Lotus รุ่น O-Season II

ที่นอน Lotus รุ่น Delight

ที่นอน Lotus รุ่น Florence
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการนอนงีบ
Q: การนอนงีบ กี่นาทีดีที่สุด
สำหรับคนทั่วไปคือ 10 ถึง 20 นาที เพราะยังอยู่ในช่วงหลับตื้น ตื่นมาแล้วสดชื่นทันทีโดยไม่งัวเงีย ถ้ามีเวลามากพอให้ขยับไปที่ 90 นาทีเพื่อให้ครบหนึ่งวงจรการนอน
Q: ทำไมงีบแล้วตื่นมามึนหัว
เพราะถูกปลุกขณะอยู่ในช่วงหลับลึก เรียกว่าภาวะ Sleep Inertia มักเกิดกับการงีบราว 30 ถึง 45 นาที แก้ได้ด้วยการจำกัดเวลาไว้ที่ 20 นาที หรือขยายไปเลยที่ 90 นาที
Q: นอนงีบตอนกลางวัน ทำให้กลางคืนนอนไม่หลับไหม
ถ้างีบสั้นและงีบก่อนบ่ายสามโมงจะไม่กระทบ แต่ถ้างีบยาวหรืองีบตอนเย็นจะทำให้ความง่วงสะสมลดลงและหลับยากในตอนกลางคืน
Q: นอนงีบช่วยเรื่องความจำจริงไหม
ช่วยได้ โดยเฉพาะการงีบที่ยาวพอจะเข้าสู่ช่วงหลับลึกและช่วง REM เพราะเป็นช่วงที่สมองจัดระเบียบข้อมูลที่เพิ่งเรียนรู้มา
Q: การนอนงีบใช้ทดแทนการนอนกลางคืนได้ไหม
ทดแทนไม่ได้ การงีบช่วยบรรเทาความง่วงชั่วคราวเท่านั้น ร่างกายยังต้องการการนอนกลางคืนที่ครบวงจรเพื่อซ่อมแซมตัวเอง
Q: ควรงีบบนที่นอนหรือโต๊ะทำงาน
งีบบนที่นอนหรือพื้นราบดีกว่า เพราะการหลับคาโต๊ะทำให้คอพับและหายใจไม่สะดวก ตื่นมามักปวดคอและปวดหัวมากกว่าเดิม
สนใจสั่งซื้อที่นอนและหมอนสำหรับการพักผ่อนกับ Mattress City
เลือกที่นอน หมอนหนุน และท็อปเปอร์ที่ช่วยให้ทั้งการงีบกลางวันและการนอนกลางคืนมีคุณภาพขึ้น ทดลองนอนจริงได้ที่สาขา Mattress City ทั่วประเทศ
เยี่ยมชมสินค้าประเภท ที่นอน
เยี่ยมชมสินค้าประเภท หมอนหนุน
เยี่ยมชมสินค้าประเภท ท็อปเปอร์
หรือติดต่อฝ่ายขายและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เบอร์โทร: 062-246-2494 หรือ 1497
Line Official ID: @mattresscity



แบรนด์ชั้นนำ
สินค้าขายดี
ค้นหาสาขา
ลงทะเบียนรับประกัน
